
เอกชนยอมลดนำเข้าพันธุ์ไก่
จากข้อตกลงเดิม7เหลือ5แสนตัวในปีนี้ผนึกปศุสัตว์แก้ปัญหาไข่ไก่ล้นตลาด
จากข้อตกลงเดิม7เหลือ5แสนตัวในปีนี้ผนึกปศุสัตว์แก้ปัญหาไข่ไก่ล้นตลาด
เอกชนยอมลดตัวเลขนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ สนองนโยบายรัฐ แก้ปัญหาผลผลิตไข่ไก่ล้นตลาด
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (เอ้กบอร์ด) ว่า ที่ประชุมรับทราบผลการเจรจาระหว่างกรมปศุสัตว์กับภาคเอกชนที่นำเขาพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ ที่ยอมลดการนำเข้าในปี 2556 จาก 7.1 แสนตัว เหลือ 5.04 แสนตัว เพื่อไม่ให้มีปริมาณไข่ออกมาล้นตลาด
ทั้งนี้ มอบหมายให้กรมปศุสัตว์ทำตัวเลขผลผลิตลูกไก่และการเคลื่อนย้ายรายงานต่อบอร์ดทุกเดือน เพื่อติดตามปริมาณผลผลิตไม่ให้กระทบต่อราคาในตลาด เนื่องจากราคาหน้าฟาร์มอยู่ที่ 2.80 บาทต่อฟอง ขณะที่ต้นทุนอยู่ที่ 2.71 บาทต่อฟอง ซึ่งเกษตรกรยังพออยู่ได้
นอกจากนี้ ให้กรมปศุสัตว์ติดตามตัวเลขการบริโภคไข่ต่อวัน และควบคุมการเคลื่อนย้ายเข้าเลี้ยงทั้งลูกไก่ไข่และไก่ไข่รุ่น การปลดระวางอย่างใกล้ชิดในแต่ละเดือน เนื่องจากไม่มีเกษตรกรเข้าโครงการปลดระวางแม่ไก่อายุ 65 สัปดาห์ ตามโครงการรักษาเสถียรภาพราคา
สำหรับปริมาณการบริโภคไข่ไก่ของไทยปัจจุบันอยู่ที่ 204 ฟองต่อปี หรือเฉลี่ย 2728 ล้านฟองต่อวัน แต่จากตัวเลขปริมาณแม่ไก่ยืนกรงปัจจุบันอยู่ที่ 42 ล้านตัว จะให้ผลผลิต 38 ล้านฟอง แต่คาดว่าผลผลิตจริงน่าจะอยู่ที่ 34 ล้านฟองต่อวัน ทำให้ยังมีปริมาณผลผลิตส่วนเกินอยู่ อาจจะส่งผลกระทบต่อราคาไข่ไก่ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีการผลักดันให้ส่งออกนอกประเทศ 195 ล้านฟอง จนถึงวันที่ 14 มิ.ย. ตามโครงการรักษาเสถียรภาพราคา ทำให้ผลกระทบยังไม่มาก แต่ในปีหน้าอาจจะเห็นผลกระทบที่ชัดขึ้น ที่ประชุมมติจึงเสนอให้คณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ขยายโครงการรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ออกไปถึงสิ้นปี จากเดิมที่โครงการจะสิ้นสุดประมาณกลางปีนี้
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้มอบหมายให้กรมปศุสัตว์ตั้งคณะทำงาน เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์ไก่ไข่ปี 2556-2560 โดยมุ่งเน้นยกระดับการผลิตไปสู่อุตสาหกรรมไข่ไก่และสามารถแข่งขันในตลาดอาเซียน







