
กสทฯฮึดวางแผนป้องขาดทุน
แตกบริษัทลูกร่วมเอกชนบริหารคลื่นเลี่ยงปัญหาต้องลงทุนสถานีเพิ่ม
แตกบริษัทลูกร่วมเอกชนบริหารคลื่นเลี่ยงปัญหาต้องลงทุนสถานีเพิ่ม
กสทฯ ฮึดสู้วิกฤตป้องกันขาดทุนต่อเนื่อง 5 ปี แตกบริษัทลูกบริหารทรัพย์สินหลังหมดสัมปทาน
นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า วันที่ 27 ก.พ. คณะกรรมการ (บอร์ด) จะประชุมวาระพิเศษเพื่อเตรียมการแผนรองรับด้านรายได้และการบริหารทรัพย์สินที่จะได้รับคืนหลังสัมปทานของบริษัท ทรูมูฟ และบริษัท ดิจิตอลโฟน (ดีพีซี) สิ้นสุดในเดือน ก.ย. 2556 ซึ่งจะส่งผลให้ กสทฯ จะติดลบด้านรายได้กว่า 2.8 หมื่นล้านบาท 5 ปีต่อเนื่อง คือตั้งแต่ปี 25562560
ปัจจุบัน กว่า 60% ของรายได้รวมเฉลี่ยปีละ 5 หมื่นล้านบาทของ กสทฯ มาจากสัมปทานของผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือ คือ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ทรูมูฟ และดีพีซี แต่หลังจากนี้ กสทฯ จะมีรายได้ลดลงเรื่อยๆ ทั้งจากสัมปทานสิ้นสุดและการโอนย้ายลูกค้าไปยังระบบ 3จี ภายใต้ใบอนุญาตให้บริการ (ไลเซนส์) ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
สำหรับแนวทางการหารายได้ที่ทางฝ่ายบริหารเตรียมนำเสนอบอร์ดพิจารณา คือ การตั้งบริษัทร่วมทุนกับเอกชน (Tower Company) เพื่อบริหารทรัพย์สิน สถานีฐานที่จะได้คืนจากเอกชนตามสัญญา สร้าง โอน ให้บริการ (บีทีโอ) โดย กสทฯ จะได้รับคืนจากดีแทค 1.3 หมื่นสถานี ทรูมูฟ 8,000 สถานี และจะเปิดให้เอกชนที่สนใจเช่าใช้เพื่อจะได้ไม่ต้องลงทุนติดตั้งสถานีอีก สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน (Infrastructure Sharing) ของ กสทช.ด้วย
นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า กสทฯ ตั้งเป้าว่าบริษัทร่วมทุนจะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของ กสทฯ โดยมีรายได้ในปี 2556 ที่ 674 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 2,132 ล้านบาทในปี 2557 ในปี 2558 จะมีรายได้ 3,544 ล้านบาท และปี 2559-2560 มีรายได้ 3,050 ล้านบาท
นอกจากบริษัทร่วมทุนแล้ว บริการโทรศัพท์มือถือจะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ช่วยให้ กสทฯ มีรายได้มากขึ้น โดยปี 2556 อยู่ที่ 3,344 ล้านบาท ปี 2557 มีรายได้ 7,032 ล้านบาท ปี 2558 รายได้ 7,555 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 8,097 ล้านบาทในปี 2559 และปี 2560 ที่ 8,437ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม กสทฯ ยืนยันที่จะไม่คืนคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ กลับไปยังคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ซึ่งได้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความถึงสิทธิและอำนาจในการถือครองคลื่นตามกฎหมาย เบื้องต้นมั่นใจว่า กสทฯ ยังไม่จำเป็นต้องคืนกลับไปที่ กทค.ในทันที และได้เตรียมแผนรองรับลูกค้าไว้แล้ว โดยจะเอาต์ซอร์สให้เอกชนดูแลทั้งหมด
ขณะที่การประชุมบอร์ดทีโอทีเมื่อวันที่ 14 ก.พ. มีมติแต่งตั้งนายยงยุทธ วัฒนสินธุ์ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ รวมทั้งแผนการเปิดให้บริการ 3จี เฟสแรก และนำร่อง 4จี แอลทีอี วันที่ 26 ก.พ.นี้







