posttoday
ไขปริศนากองทุนรวมความหวังและความจริง

ไขปริศนากองทุนรวมความหวังและความจริง

15 กุมภาพันธ์ 2556

ไม่บ่อยนักที่จะมีงานวิชาการด้านกองทุนรวมออกมา แต่เมื่อวันที่ 14 ก.พ. คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเวทีใหญ่จัดสัมมนาวิชาการ เพื่อ “ไขปริศนากองทุนรวม” ซึ่งนอกจากเปิดเผยผลงานวิจัยของนักวิชาการแล้ว ยังเต็มไปด้วย “คนใน” ตั้งแต่ผู้กำกับดูแล ผู้ประกอบการ ไปจนถึงผู้เฝ้าติดตามความเป็นไป มาร่วมบอกความจริงและความหวังที่มีต่ออุตสาหกรรมกองทุน ได้แก่

ไม่บ่อยนักที่จะมีงานวิชาการด้านกองทุนรวมออกมา แต่เมื่อวันที่ 14 ก.พ. คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเวทีใหญ่จัดสัมมนาวิชาการ เพื่อ “ไขปริศนากองทุนรวม” ซึ่งนอกจากเปิดเผยผลงานวิจัยของนักวิชาการแล้ว ยังเต็มไปด้วย “คนใน” ตั้งแต่ผู้กำกับดูแล ผู้ประกอบการ ไปจนถึงผู้เฝ้าติดตามความเป็นไป มาร่วมบอกความจริงและความหวังที่มีต่ออุตสาหกรรมกองทุน ได้แก่

ดวงมน จึงเสถียรทรัพย์ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ก.ล.ต. เกศรา มัญชุศรี รองผู้จัดการสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหารบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส ภควัต โกวิทวัฒนพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ทรีนิตี้วัฒนา พิชิต อัคราทิตย์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เกียรตินาคิน สมจินต์ ศรไพศาล นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน และ พีร์ ยงวณิชย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)

กองตราสารหนี้มีมากไปไหม

งานวิจัยพบว่า ประเทศไทยมีกองทุนตราสารหนี้ในสัดส่วนถึง 60% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ซึ่งมากกว่ากองทุนหุ้นที่มีอยู่ประมาณ 20% ในขณะที่ทั่วโลกจะเน้นการลงทุนในกองทุนหุ้นมากกว่า

พิชิต : ที่บอกว่ากองทุนตราสารหนี้มีมากนั้น เป็นเพราะเราไปเปรียบเทียบกับต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ซึ่งต้องกลับมามองด้วยว่า อุตสาหกรรมกองทุนในประเทศไทยถูกผลักด้วยความต้องการซื้อของนักลงทุนและความต้องการขายของ บลจ.ด้วยหรือไม่

ก้องเกียรติ : ตอนนี้เราประสบความสำเร็จในการสร้างกองทุนตราสารหนี้ให้มีขนาดใหญ่ และในตอนนี้เราก็อยู่ในช่วงครึ่งทางของการสร้างกองทุนหุ้นให้มีขนาดใหญ่กว่านี้อีกมากๆ แต่คงต้องใช้เวลาเป็นสิบๆ ปี เพราะประเทศไทยไม่มีวัฒนธรรมด้านตลาดทุน ดังนั้นต้องปลูกฝังและกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่ออมผ่านกองทุนหุ้น

ดวงมน : ถ้าย้อนไปในช่วงเริ่มต้นของอุตสาหกรรมกองทุน กองทุนแรกๆ ของประเทศไทยเป็นกองทุนหุ้นที่มีคนเข้าคิวซื้อกันทั่วประเทศ ตอนที่ดัชนีหุ้นอยู่ที่ 1,700 จุด จนกระทั่งเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ จึงเกิดกองทุนตราสารหนี้ ซึ่งออกมาในช่วงที่ดอกเบี้ยมีความผันผวน ซึ่งการออกตราสารหนี้แบบมีระยะเวลาจึงถือว่าสมประโยชน์ทั้งคนซื้อและคนขาย โดยมีคนเสียประโยชน์เพียงคนเดียว คือ รัฐบาล เพราะยกเว้นภาษี

ภควัต : กว่าที่จะทำให้นักลงทุนเข้าใจกองทุนตราสารหนี้ก็ใช้เวลานาน และตอนนี้ บลจ.เข้มแข็งได้ด้วยกองทุนตราสารหนี้ เพราะฉะนั้นจึงอยากให้นำประโยชน์ส่วนเกินที่ได้มาพัฒนากองทุนหุ้น สร้างผู้จัดการกองทุน ซึ่งวันนี้เรายังมีผู้จัดการกองทุนหุ้นไม่มากพอ

ยกเลิกกองทุนลดหย่อนภาษีจะดีไหม

งานวิจัยชิ้นหนึ่งอ้างข้อมูลจาก บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ ว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่รัฐบาลยอมเสียเงินภาษีปีละ 6% จากการสนับสนุนให้ประชาชนลงทุนในกองทุนที่ให้สิทธิลดหย่อนภาษี จึงทำให้เกิดคำถามว่า รัฐบาลจำเป็นต้องยืดอายุมาตรการลดหย่อนภาษี โดยเฉพาะกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ออกไปหรือไม่

พีร์ : การลงทุนในกองทุน LTF เป็นการสร้างประสบการณ์ด้านการลงทุนให้กับประชาชนว่า ต้องลงทุนระยะยาว ซึ่งเริ่มต้นจากความต้องการที่จะลดหย่อนภาษี โดยจะเห็นได้จากในปี 2551 ที่กองทุน LTF ขาดทุนประมาณ 50% แต่นักลงทุนไม่สามารถขายหน่วยลงทุนออกมาได้ เพราะยังไม่ครบกำหนด แต่หลังจากนั้นอีก 23 ปี ทุกอย่างก็กลับมาและได้ผลตอบแทนเป็นบวกกันทุกกองทุน

สมจินต์ : การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในการลงทุนถือเป็นการจูงใจให้ประชาชนหันมาลงทุน ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ว่าเป็นเรื่องที่ดีหรือไม่ จนกระทั่งเกิดการเรียนรู้ว่า การลงทุนเป็นเรื่องที่ดี ก็จะลงทุนอย่างต่อเนื่องและลงทุนในกองทุนหุ้นทั่วไปอีกด้วย

“เพราะฉะนั้นกองทุนที่ให้สิทธิลดหย่อนภาษีจึงควรจะมีอยู่ต่อไป เพราะเหมือนกับพ่อแม่ที่ควรจะให้รางวัลเพื่อให้ลูกกินผัก จนกระทั่งเมื่อเขาโตขึ้นจนรู้ว่าผักมีประโยชน์ เขาก็จะกินผักเองโดยไม่ต้องมีรางวัล”

เกศรา : กองทุน LTF เป็นมาตรการกึ่งบังคับไม่ให้ประชาชนเป็นนักลงทุนระยะสั้น เพราะคนส่วนใหญ่จะเป็นนักลงทุนระยะสั้น แต่การลงทุน LTF ระยะยาวจะได้ประโยชน์แน่ๆ เพียงแต่จะได้มากหรือน้อยเท่านั้น และยังสามารถนำประสบการณ์จาก LTF มาใช้ลงทุนกองทุนหุ้นทั่วไปได้ เพราะฉะนั้นควรจะต้องทำต่อไป

ทำไมต้องขายผ่านธนาคาร

งานวิจัยพบว่า การขายกองทุนของไทยประมาณ 80% เป็นการขายผ่านธนาคาร และส่วนใหญ่จะเน้นขายกองทุนตราสารหนี้มากกว่ากองทุนหุ้น ซึ่งทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสที่จะทำให้ตลาดหุ้นเติบโต

ดวงมน : การใช้ช่องทางขายผ่านธนาคารไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจ เพราะระบบของประเทศไทยเดินมาในแนวทางนี้ และการขายผ่านธนาคารยังทำให้กระจายให้นักลงทุนได้ทั่วถึงอีกด้วย แต่ปัญหาคือ จะทำอย่างไรให้ธนาคารขายกองทุนของ บลจ.อื่นที่ไม่ใช่บริษัทลูกของธนาคาร

“ญี่ปุ่นขายผ่านไปรษณีย์มาตลอด ตอนนี้ก็อยากจะเริ่มขายผ่านธนาคารบ้าง ในขณะที่ ก.ล.ต.ไทย เพิ่งจะไปติดต่อกับไปรษณีย์ว่าอยากจะขายกองทุนบ้างหรือไม่ ซึ่งเราจะทำอย่างไรที่จะสร้างตัวแทนขายที่มีกองทุนจากหลากหลาย บลจ.ให้เลือก และจะกำหนดให้ บลจ.แต่ละแห่งให้ข้อมูลผลดำเนินงานเปรียบเทียบกับ บลจ.อื่นด้วย เพื่อเป็นข้อมูลประกอบให้นักลงทุนตัดสินใจ”

ก้องเกียรติ : ตอนนี้เรากำลังออกแบบระบบที่สามารถซื้อขายกองทุนผ่านอินเทอร์เน็ต โดยให้ข้อมูลมากที่สุดและเมื่อมีปัญหาก็สามารถโทรศัพท์มาที่คอลเซ็นเตอร์ได้ เพราะเราเปิดสาขาสู้กับธนาคารไม่ได้ ก็ต้องใช้เทคโนโลยีมาช่วย และเห็นด้วยที่ ก.ล.ต.จะเปิดให้มีผู้จำหน่ายอิสระ ซึ่งในต่างประเทศมีคนขายกองทุนที่ต้องการเข้ามาขายในประเทศไทยจำนวนมาก

พิชิต : การจัดจำหน่ายมีประเด็นมาก ซึ่ง บลจ.ไม่ได้แข่งกับ บลจ.ด้วยกันเอง แต่เป็นการเข่งกับธนาคาร ซึ่งจะบอกให้คู่แข่งมาขายให้ก็คงยาก เพราะฉะนั้นถ้ามีการกำกับดูแลก็อย่าละเลยประเด็นเรื่องการใช้อำนาจเหนือตลาดและการทำลายคู่แข่งโดยไม่ยุติธรรม ซึ่งมันมีอยู่จริง

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69