
จี้บล.วิเคราะห์หุ้นเล็กดูแลรายย่อย
ก.ล.ต.ไฟเขียว เพิ่มเวลาจับขังแคชบาลานซ์ เรียกร้องโบรกเกอร์ออกบทวิเคราะห์คุมหุ้นเล็ก
ก.ล.ต.ไฟเขียว เพิ่มเวลาจับขังแคชบาลานซ์ เรียกร้องโบรกเกอร์ออกบทวิเคราะห์คุมหุ้นเล็ก
นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์สามารถปรับเกณฑ์แคชบาลานซ์ (วางเงินสดก่อนซื้อทั้งจำนวน) ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันได้เลย ในฐานะที่ตลาดเป็นผู้ดูแลกำกับการซื้อขาย โดยไม่ต้องขอความเห็นจากสำนักงาน ก.ล.ต. และต้องการใช้กลไลตลาดกำกับควบคุม เพื่อไม่ให้กระทบบรรยากาศการลงทุน
สำหรับการขยายเวลาใช้บังคับหลักทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์แคชบาลานซ์ จาก 3 สัปดาห์ออกไป เป็นกฎเกณฑ์เดิมที่เขียนไว้ว่า ไม่น้อยกว่า 3 สัปดาห์ เบื้องต้นการใช้ 3 สัปดาห์ เห็นว่าจะเกิดผลมากกว่าการใช้ 1 สัปดาห์
เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า กลไกที่ใช้ควบคุม คือ นักลงทุนต้องศึกษาหลักทรัพย์ที่ลงทุนและมีพื้นฐานรองรับ รวมทั้งเรียกร้องให้โบรกเกอร์มีบทวิเคราะห์เพื่อใช้อ้างอิง ขณะที่กลไกจากโบรกเกอร์ที่มีคำสั่งซื้อขายหุ้นเก็งกำไรติด 1 ใน 20 ของหุ้นซื้อขายจำนวนมาก ควรจัดทำบทวิเคราะห์รองรับหุ้น เพื่อแนะนำการลงทุนให้กับลูกค้า
“ปัจจุบันลูกค้ารายย่อยมีสัดส่วนเพิ่มจาก 50% เป็น 60% และกำลังเข้าสู่ 70% ของมูลค่าซื้อขาย ควรได้รับคำแนะนำหรือมีบทวิเคราะห์ตอบสนองอ้างอิงการลงทุนได้”
ผู้บริหารโบรกเกอร์ กล่าวว่า การออกบทวิเคราะห์หุ้นเล็กไม่สามารถทำได้เนื่องจากมีหุ้นจำนวนมากและกำลังนักวิเคราะห์ไม่เพียงพอ และปกติแล้วหุ้นเก็งกำไรไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ การออกบทวิเคราะห์ไม่เกิดประโยชน์ ซึ่งนักลงทุนสามารถติดตามข้อมูลได้จากเกณฑ์เทิร์นโอเวอร์ลิสต์ หรือรายชื่อหุ้นที่ซื้อขายหมุนเวียนในตลาดหุ้นสูงของ ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์ฯ
ข่าวการยืดเวลาแคชบาลานซ์ส่งผลกระทบหุ้นเล็ก โดยมีแรงขายหุ้นออกมา เช่น หุ้นทรีซิกตี้ไฟว์ (TSF) ปิด 3.12 บาท ลดลง 0.48 บาท หรือ 13.33%, หุ้นโซลูชั่นคอนเนอร์ (1998) ปิด 1.49 บาท ลดลง 0.10 บาท หุ้นอัคคีปราการ (AKP) ปิด 5.05 บาท ลดลง 0.30 บาท







