ทัวร์ไทยไปนอกดิ้นปรับรับยุคคนเที่ยวเอง
คนรุ่นใหม่มักชอบความแปลก ไม่ชอบทำอะไรตามกรอบระเบียบเดิมๆ ที่มีอยู่ พฤติกรรมการท่องเที่ยวก็เช่นเดียวกัน มักต้องการแสวงหาความแปลกใหม่ ท่องเที่ยวด้วยตัวเอง มากกว่าซื้อแพ็กเกจทัวร์ ไปเที่ยวรวมกับหมู่คณะใหญ่ๆ เมื่อพฤติกรรมคนเปลี่ยนไป บริษัทนำเที่ยวจึงต้องปรับให้ทันกับยุคสมัย
คนรุ่นใหม่มักชอบความแปลก ไม่ชอบทำอะไรตามกรอบระเบียบเดิมๆ ที่มีอยู่ พฤติกรรมการท่องเที่ยวก็เช่นเดียวกัน มักต้องการแสวงหาความแปลกใหม่ ท่องเที่ยวด้วยตัวเอง มากกว่าซื้อแพ็กเกจทัวร์ ไปเที่ยวรวมกับหมู่คณะใหญ่ๆ เมื่อพฤติกรรมคนเปลี่ยนไป บริษัทนำเที่ยวจึงต้องปรับให้ทันกับยุคสมัย
เดิมบริษัทนำเที่ยวนิยมวางโปรแกรมท่องเที่ยวไว้ยาวเหยียด 2 หน้ากระดาษ เมื่อเที่ยวจริง ตารางกิจกรรมทุกอย่างแน่นเสียจนบางสถานที่แค่ลงไป 510 นาที ถ่ายรูปแล้วขึ้นรถ แค่มีภาพให้รู้ว่ามาถึง แต่ไม่ได้อะไรลึกซึ้งกลับไป และมักจัดโปรแกรมทัวร์ซ้ำๆ กับที่เคยจัดมา เคยพาไปเที่ยวที่ไหน ก็พาไปเที่ยวที่เดิม ไม่เปลี่ยนแปลง
แต่ปัจจุบันบริษัทนำเที่ยวรู้ดีว่า หากทำเช่นนี้ต่อไปคงอยู่ไม่ได้ เพราะคนเมิน ธัญญา ศิริวิทย์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โกลบอล ฮอลิเดย์ หนึ่งในบริษัทนำเที่ยวที่มาออกงานเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก วันที่ 1417 ก.พ. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ให้ความเห็นว่า บริษัทอาศัยการออกงานมหกรรมท่องเที่ยวเพื่อประชาสัมพันธ์บริษัทให้ลูกค้าใหม่รู้จัก และเป็นช่องทางให้ลูกค้าเก่าๆ ได้มาพบปะรับทราบโปรแกรมท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่มี
การออกบูธครั้งล่าสุดใช้กลยุทธ์จัดบูธให้แปลกตา ให้ลูกค้าจดจำได้ ปูเสื่อให้ลูกค้าที่สนใจไปเที่ยวทัวร์ได้นั่งคุยกับพนักงานแบบสบายๆ อย่างไรก็ตาม บริษัทก็บุกประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นเช่นกัน เพราะทราบดีว่าคนรุ่นใหม่นิยมการท่องโลกออนไลน์เป็นชีวิตจิตใจ ซึ่งคาดว่าในอนาคตแนวโน้มบริษัทนำเที่ยวส่วนใหญ่ก็คงหันมาประชาสัมพันธ์แพ็กเกจทัวร์ช่องทางนี้มากขึ้นเช่นกัน
ส่วนตัวโปรแกรมท่องเที่ยวที่บริษัทขาย จะเน้นจุดหมายปลายทางแปลกแหวกแนวกว่าที่บริษัทอื่นๆ จัด เช่น เส้นทางท่องเที่ยวแคชเมียร์ ซึ่งจัดมานานกว่า 10 ปี ก็มีการเปลี่ยนแปลงเส้นทางใหม่ๆ ในแคชเมียร์ตลอดทุกปี ทำให้ลูกค้าที่เคยไปด้วยแล้วติดใจ อยากไปด้วยอีก เพราะรู้ว่าจะได้ไปเส้นทางใหม่ๆ
“ทัวร์เส้นทางแปลกใหม่มักจะมีราคาสูงกว่าทัวร์ประเทศที่มีบริษัทนำเที่ยวจัดโปรแกรมกันมากอยู่แล้ว ซึ่งผู้ที่เลือกไปทัวร์แปลกใหม่มักจะเคยไปเส้นทางที่คนทั่วไปนิยมไปมาหมดแล้ว และเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง จึงรู้สึกว่าต้องการแสวงหาสิ่งใหม่ๆ ให้ชีวิตโดยที่เรื่องราคาไม่ได้เป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจ” ธัญญา กล่าว
อย่างไรก็ตาม เมื่อบริษัททำเส้นทางใหม่ๆ ก็ย่อมมีบริษัทนำเที่ยวอื่นๆ เห็นแนวโน้มที่ดีหันมาเปิดเส้นทางท่องเที่ยวคล้ายคลึงกันตาม โดยใช้ราคาเป็นเครื่องจูงใจ แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นบริษัทก็ยังแข่งขันได้ โดยไม่จำเป็นต้องลงไปสู้เรื่องราคาด้วย เพราะสุดท้ายแล้ว ลูกค้าที่เคยเดินทางไปด้วย ได้รับการบริการที่ดี รู้สึกประทับใจจะบอกต่อ จนทำให้ลูกค้ารายอื่นๆ มาเที่ยวตาม
ขณะที่ลูกค้าที่เดินทางไปกับบริษัทนำเที่ยวที่จัดทัวร์คล้ายคลึงกันแต่ราคาถูกกว่า กลับไม่ประทับใจ เพราะทัวร์ที่ราคาถูกลง ย่อมให้บริการที่พัก สายการบิน รวมถึงด้านอื่นๆ ที่คุณภาพต่ำลง ทำให้ลูกค้าไม่ถูกใจ ไม่ต้องการไปซ้ำอีก
นอกจากนี้ ยังเข้าไปเจาะตลาดทำทัวร์ตอบสนององค์กรที่ต้องส่งบุคลากรไปประชุม สัมมนาในประเทศแปลกๆ เช่น เม็กซิโก โมร็อกโก โดยจัดโปรแกรมท่องเที่ยวพ่วงให้ในช่วงเวลาว่างก่อน ระหว่าง และหลังประชุมส่วนราคาขายที่เสนอลูกค้า ก็ไม่ได้เน้นราคาถูกๆ เพื่อจูงใจ แต่จะเน้นนำเสนอที่พัก บริการที่มีคุณภาพ โดยเสนอราคาปานกลางถึงสูง ซึ่งเชื่อว่าจากแนวทางเหล่านี้ทำให้บริษัทนำเที่ยวยังอยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้อีกนาน
ด้าน จิรัฏฐ์ แก้วพริ้งเพริศ ผู้จัดการ บริษัท แพลนเนต เวิลด์วายด์ เซอร์วิส กล่าวว่า บริษัทจะเน้นทำทัวร์ไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง ไม่ทำทัวร์กระจัดกระจายหลายภูมิภาค เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน เป็นกลุ่มที่ต้องการไปเที่ยวภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่วนการทำตลาดนั้นก็จะเข้าร่วมงานมหกรรมท่องเที่ยวเพื่อประชาสัมพันธ์ตัวเองให้ลูกค้ารู้จัก แม้ยอดขายที่เกิดขึ้นจากในงานจะไม่มากนัก แต่จะได้ยอดขายตามมาหลังจบงาน เพราะลูกค้าที่มาเดินในงาน ส่วนใหญ่มีจุดประสงค์ต้องการไปเที่ยวจริงๆ แต่อาจยังไม่ตัดสินใจทันที
ในส่วนของบริษัทนำเที่ยว ที่เส้นนำคนไทยเที่ยวประเทศแถบเอเชีย เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ ต่างก็หันมาเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าองค์กรที่จัดโปรแกรมท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล(อินเซนทีฟ) ตอบแทนพนักงาน หรือลูกค้า จัดโปรแกรมไปเที่ยวต่างประเทศ มากขึ้น เพราะกลุ่มน้ยังต้องใช้บริการบริษัทนำเที่ยวในการวางแผนการเดินทาง และดูแล เนื่องจากมีผู้ร่วมเดินทางจำนวนมากในแต่ละครั้ง
ส่วนกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไป ก็ยังทำตลาดอยู่ โดยจะเน้นวางแผนท่องเที่ยวให้กลุ่มที่ต้องการไปเที่ยวเอง แต่ใช้บริการบริษัทนำเที่ยวในการจองที่พัก ตั๋วเครื่องบิน รวมถึงจัดสรรมัคคุเทศก์ และรถเช่า สำหรับการเดินทางให้ เนื่องจากบริษัทนำเที่ยวจะเน้นเสนอจุดขายว่า สามารถเลือกหาที่พักในพื้นที่ที่ต้องการได้ เพราะมีเครือข่ายพันธมิตรในต่างประเทศอยู่แล้ว ทำให้ผู้ไปเที่ยวไม่ต้องเสียเวลาในการบริหารจัดการเอง
เพียงแค่ติดต่อบริษัทนำเที่ยว จ่ายเงิน เมื่อไปถึงจุดหมายปลายทาง ก็จะมีทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการให้ครบ มีสิ่งเดียวที่แตกต่างไป คือ สามารถเลือกเองได้ว่า จะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง
เหล่านี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวของการปรับตัว ที่บริษัทนำเที่ยวเลือกใช้สร้างความต่าง สู้กับยุคเทคโนโลยีเปลี่ยน อำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคเลือกได้หากปรับตัวได้เร็ว ปรับตัวสร้างความแตกต่างในอุตสาหกรรมได้ ก็จะอยู่รอดในวงจรธุรกิจได้อีกนาน หากยังทำธุรกิจแบบเดิมๆ พาไปเที่ยวที่ไหน ก็ไปที่เดิม ไม่มีความแปลกใหม่ ในที่สุดวันหนึ่งก็คงต้องตกยุคไป คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับบริษัทนำเที่ยวแล้วว่า จะเลือดปรับตัวตามสมัยเพื่อความอยู่รอดหรือหรือจะตกยุคพร้อมยกธงขาวออกจากธุรกิจไป


