posttoday
ปั้นคนในพัฒนานวัตกรรมต่อย่อดรายได้สไตล์ฟี

ปั้นคนในพัฒนานวัตกรรมต่อย่อดรายได้สไตล์ฟี

14 กุมภาพันธ์ 2556

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

องค์กรสมัยนี้จะประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนจะต้องมีนวัตกรรมเป็นของตัวเองให้มากที่สุด และต้องเปิดกว้างให้คนได้กล้าคิดและกล้าทำสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา

โดยเฉพาะเมื่อเปิดประชาคมอาเซียน วิโรจน์ คัมภีระ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ ซีพีเอฟ กล่าวว่า องค์กรใดไม่มีการพัฒนานวัตกรรมเป็นของตัวเองจะอยู่ลำบาก

ผู้บริหารของเครือซีพี มองว่า หัวใจของนวัตกรรมก็คือคน ถ้าองค์กรใดสามารถพัฒนาคนของตัวเองให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ได้ก็จะมีความมั่นคงกว่าการใช้เงินซื้อเทคโนโลยี

วิโรจน์ กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาเครือซีพีใช้งบประมาณ 400-500 ล้านบาท ในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งผลงานที่ออกมาสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายให้องค์กรได้ไม่น้อยกว่า 1,100 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีนักวิจัยและนวัตกรเพียงแค่ 200-300 คนเท่านั้น จากจำนวนพนักงานซีพีเอฟทั้งหมด 2 หมื่นคน และมีการจดอนุสิทธิบัตรเพียงแค่ 5 ชิ้น ซึ่งเมื่อเทียบแล้วจะเห็นว่ามีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับบริษัทใหญ่ๆ ในประเทศไทยอย่าง ปตท. หรือเครือซิเมนต์ไทย (เอสซีจี)

ดังนั้น เพื่อให้เครือซีพีขึ้นแท่นสู่ความเป็นครัวของโลกได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ จะต้องพัฒนานักวิจัยและนวัตกรให้มากที่สุด เบื้องต้นตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องเร่งพัฒนานักวิจัยของเครือซีพีให้ได้อย่างน้อย 5% ของจำนวนพนักงานที่มีอยู่ หรือประมาณ 1,000 คน

ขณะเดียวกัน เครือซีพีนับว่ามีความได้เปรียบ เนื่องจากบริษัทมีการลงทุนอยู่ในประเทศต่างๆ ได้ประโยชน์จากความหลากหลายของเชื้อชาติและความคิด ส่งผลให้ได้นวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีความหลากหลาย ซึ่งอนาคตอาจจะนำผลงานที่เหมาะสมกับสถานการณ์โลกไปต่อยอดพัฒนาเชิงพาณิชย์ได้

เพื่อพัฒนานวัตกรรมในองค์กร เครือซีพีได้พยายามผลักดันบุคลากรภายในมีส่วนร่วมในการระดมความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีใหม่ๆ ผ่านเวที “CPF CEO Awards 2012” ซึ่งนอกจากเป็นการแข่งขันแล้ว ยังเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ เชื่อมโยงการทำงานของทั้ง 17 สายงานธุรกิจ (Feed Farm Food Trading) ในองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพการทำงานแบบบูรณาการ เพื่อขับเคลื่อนให้ธุรกิจของเครือซีพีก้าวสู่การเป็นครัวของโลกได้อย่างยั่งยืน

การจัดแสดงผลงานนวัตกรรมของพนักงานระหว่างวันที่ 2021 ก.พ. จะมาจาก 14 ประเทศที่บริษัทเข้าไปลงทุน ได้แก่ ไทย พม่า เวียดนาม ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย จีน ไต้หวัน บังกลาเทศ อินเดีย ตุรกี และรัสเซีย โดยปีนี้มีผลงานส่งเข้าประกวด 527 ชิ้น และคัดเลือกมาโชว์ในงาน 151 ชิ้น

รูปแบบรางวัลแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ รางวัลยอดเยี่ยม ประเภทการรักษาสภาพ (Internal Correction) เช่น เครื่องลวกเกี๊ยวกุ้งอัตโนมัติ การเพิ่มยิวฟรีซกุ้งแช่แข็ง เป็นต้น ประเภทการปรับปรุงงาน (Improvement) เช่น เครื่องวัดความยาวของลูกกุ้ง การเจาะ เกาะ ติดสินค้าครบวงจร การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตหัวเชื้อแพลงตอน เป็นต้น และ ประเภทนวัตกรรม (Innovation) เช่น เครื่องเด็ดหัวกุ้ง ซึ่งยังไม่มีในโลก อาหารสำเร็จรูปเหลว อาหารจิ้งหรีดและผัดไทยแช่แข็ง ซึ่งบางชิ้นมีการนำมาพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์แล้ว

นอกจากรางวัลบนเวทีแล้ว จะมีการพิจารณาให้คะแนนผลงานที่ส่งเข้าประกวดเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการปรับฐานเงินเดือนให้แก่ตัวเจ้าของผลงานด้วย อีกทั้งยังเป็นแรงจูงใจกระตุ้นให้พนักงานตื่นตัวและมีความคิดสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น

การดึงความรู้ความสามารถจากการปฏิบัติจริงของคนในองค์กรแปรเปลี่ยนสู่นวัตกรรมใหม่ๆ ของเครือซีพีวันนี้กำลังเบ่งบาน สอดรับกับมูลค่าทางธุรกิจที่สูงเกิน 3 แสนล้านบาทต่อปี สะท้อนถึงขีดความสามารถในการแข่งขันที่เหนือชั้นและยั่งยืนในอนาคต

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท