
ปั่น "เวฟ ฟิคเจออร์"มาลรีนนท์หวนจอเงิน
โดย...จะเรียม สำรวจ
โดย...จะเรียม สำรวจ
ประเดิมผลงานไป 1 เรื่องแล้ว สำหรับค่ายหนังน้องใหม่อย่าง เวฟ พิคเจอร์ส ของทายาทตระกูลมาลีนนท์ นั่นคือ ทองสุก 13 ซึ่งหลังจากเข้าโรงฉายก็ได้กระแสการตอบรับกลุ่มผู้ชมคอหนังผีเป็นที่น่าพอใจ
จากผลการตอบรับที่ดีดังกล่าว เวฟ พิคเจอร์ส ได้เตรียมต่อยอดรายได้ภาพยนตร์เรื่องแรกทันที ด้วยการจับมือกับ ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น ให้เป็นตัวแทนดูแลและจัดจำหน่ายภาพยนตร์เรื่องทองสุก 13 ในตลาดต่างประเทศทันที ภายหลังเห็นความสำเร็จของไฟว์สตาร์นำภาพยนตร์รื่อง 407 เที่ยวบินผี 3D และเรื่องตีสาม 3D เข้าไปจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันไฟว์สตาร์มีฐานลูกค้าครอบคลุมใน 17 ประเทศทั่วโลก
เทรซี มาลีนนท์ ผู้บริหารและผู้อำนวยการสร้าง บริษัท เวฟ พิคเจอร์ส กล่าวว่า การจับมือกับไฟว์สตาร์ในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดของหนังเรื่อง ทองสุก 13 ให้มีโอกาสสร้างรายได้ในต่างประเทศ นอกเหนือจากการทำตลาดในประเทศไทย รวมทั้งมีแผนจับมือกับพันธมิตรรายอื่น เพื่อขยายฐานธุรกิจในวงกว้างมากขึ้น
สำหรับแผนการสร้างภาพยนตร์ของเวฟ พิคเจอร์ส ในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 34 เรื่อง แต่ละเรื่องคาดว่าจะใช้งบลงทุน 40-50 ล้านบาท ขณะที่แนวภาพยนตร์ที่จะสร้างมาฉายต่อจากเรื่องทองสุก 13 ที่จะเห็นในปีนี้จะมีทั้งแนวโรแมนติกคอมมิดีและคอมมิดีแนวน่ากลัว โดยเรื่องที่ 2 คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ประมาณกลางปีนี้ จากนั้นปลายปีจะตามต่อด้วยเรื่องที่ 3
เทรซี กล่าวว่า การที่หันมาทำธุรกิจค่ายหนังในครั้งนี้ โดยส่วนตัวมีความชอบในธุรกิจนี้อยู่แล้ว ซึ่งตั้งแต่เด็กได้มีโอกาสทำงานใกล้ชิดกับ ประชา มาลีนนท์ ผู้เป็นพ่อ จึงได้เห็นวิธีการทำงานและมีความรักต่อวงการภาพยนตร์ไทย
ขณะเดียวกัน การหวนกลับมาสู่วงการภาพยนตร์ของตระกูลมาลีนนท์ครั้งนี้ ถือเป็นการกลับมาสร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ไทยให้ได้ชมกันอีกครั้ง ซึ่งนอกจาก เทรซีจะลงมาดูแลในเรื่องของการสร้างแล้ว ยังมีอดีตทีมงานคุณภาพชั้นเยี่ยมจาก ฟิล์มบางกอก เข้ามาช่วยเสริมความแข็งแรงและเป็นที่ปรึกษาด้วย
“ธุรกิจของ เวฟ พิคเจอร์ส คงดำเนินไปแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้การย่างก้าวเป็นไปอย่างมั่นคง คุณพ่อเองก็คอยให้คำปรึกษาอยู่เสมอ เพราะมีประสบการณ์การทำหนังจากบริษัท ฟิล์มบางกอก”
สำหรับเป้าหมายการดำเนินธุรกิจของ เวฟ พิคเจอร์ส ในปีนี้ คาดว่าจะมีรายได้จากภาพยนตร์ 3 เรื่องเข้าฉายอยู่ที่ 100-120 ล้านบาท
สิ่งที่อยากฝากไว้สำหรับคนไทยในตอนนี้ เทรซี กล่าวว่า อยากให้คนไทยหันมาสนับสนุนภาพยนตร์ไทย เพื่อให้ผู้สร้างภาพยนตร์เกิดรายได้และนำรายได้มาพัฒนาคุณภาพของภาพยนตร์ไทย เพราะถ้าลงทุนไปแล้วไม่มีรายได้หมุนเวียน ผู้สร้างก็ไม่มีทุนสร้างต่อ
ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของภาพยนตร์ไทยยังอยู่ที่เพียง 31-35% ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับรายได้ของภาพยนตร์จากต่างประเทศที่สูงเกินครึ่ง แต่หากผู้สร้างผลิตภาพยนตร์ไทยที่ดีออกสู่ตลาดและโดนใจผู้ชมชาวไทย เชื่อว่าเป้าหมายสัดส่วนภาพยนตร์ไทยและต่างประเทศ 50:50 ก็คงถึงฝั่งฝันในอนาคตอันใกล้นี้







