
ยุคขาขึ้นตลาดพรม รับเศรษฐกิจฟื้น
คาร์เปทอินเตอร์ ชี้ตลาดพรมเข้าสู่ขาขึ้น โรงแรมหรู วางแผนรีโนเวท รับเศรษฐกิจเริ่มฟื้น ขณะที่เปิดเสรีการค้า พรมจีน-สินค้าก๊อปปี้ทะลักไทยเพียบ
คาร์เปทอินเตอร์ ชี้ตลาดพรมเข้าสู่ขาขึ้น โรงแรมหรู วางแผนรีโนเวท รับเศรษฐกิจเริ่มฟื้น ขณะที่เปิดเสรีการค้า พรมจีน-สินค้าก๊อปปี้ทะลักไทยเพียบ
นายภาคภูมิ จรรยหาญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาร์เปท อินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์ เปิดเผยว่าตลาดพรมเข้าสู่ยุคขาขึ้น เนื่องจากโครงการประเภทโรงแรมระดับ 5 ดาว อาทิ โรงแรม เพนนินซูลา ม,แมริออท ,แชงกรีล่า ส่วนใหญ่ที่ถึงเวลาต้องปรับปรุงหรือรีโนเวท หลังจากใช้งานมาประมาณ 4-5 ปี ขณะนี้มีสินค้ารอส่งมอบให้กับลูกค้า จำนวน 6 แสนตร.ม. จากปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตเต็ม 12 ล้าน ตร.ม.ต่อปี แต่ผลิตจริงอยู่ที่ 8-10 ล้านตร.ม.ต่อปี
“โรงแรม 5 ดาว ส่วนใหญ่จะเลือกใช้พรมของ เรา ซึ่งขณะนี้มีคำสั่งซื้อแล้วที่จะต้องเตรียมเปลี่ยนสินค้าที่ใช้อยู่แต่เดิม แม้ว่าสถานการณ์ตลาดการท่องเที่ยว ในปัจจุบัน ยังไม่สู่ดีนัก เพราะได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบทางด้านการเมืองในประเทศ แต่หากมองในระยะยาวเชื่อว่าน่าจะปรับตัวดีขึ้น” นายภาคภูมิกล่าว
ทั้งนี้ เมื่อ 5-6 ปีก่อน สัดส่วนการส่งออกอยู่ที่ 40% ปัจจุบันได้ปรับมาเน้นตลาดส่งออกต่างประเทศมากถึง 65% โดยประเทศที่ส่งออกสำคัญได้แก่สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง ยุโรป และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันตลาดรวมพรมมีมูลค่า 2,500 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดถึง 40% โดยในปีนี้ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 2,000 ล้านบาท ซึ่งจะเท่ากับรายได้เมื่อปี 2551 จากเมื่อปี2552 รายได้ของบริษัทฯต่ำกว่าเป้า 13%
อย่างไรก็ตามหลังจากการเปิดเสรีทางการค้าหรือเอฟทีเอ อัตราภาษีนำเข้าเหลือ 0% จากก่อนหน้าอัตราภาษีอยู่ที่ 5-10% เริ่มส่งผลกระทบ ส่งผลให้พรมจากประเทศจีน ทะลักเข้าสู่ประเทศไทยมากขึ้น เนื่องจากราคานำเข้า จะเท่ากับผู้ผลิตพรมในประเทศ และยังมีสินค้าก๊อปปิ้ แบรนด์ของบริษัทฯ ด้วย แต่สิ่งที่ผู้ผลิตพรมจากจีน ยังไม่สามารถแข่งขันได้คือคุณภาพของสินค้า ขณะเดียวกันองค์กรขนาดใหญ่ หรือ ผู้ที่เลือกใช้สินค้า จะพิจารณาเรื่อง คุณภาพของสินค้าแล้ว ยังคำนึงถึงนวัตกรรมในการผลิตสินค้าเพื่อรักษา สิ่งแวดล้อม ซึ่งบริษัทได้รับการรับรองจากองค์กรชั้นนำ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ 3 ฉลากเป็นรายแรกของไทยและของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมพรม







