
ไฟแนนซ์ทูเดย์
...ขวัญหนีดีฝ่อกันแทบทุกคนสำหรับพนักงานธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ที่ได้ผู้บริหารใหม่ไม่กี่เดือน แต่ปรากฏว่ายอดหนี้เสียปูดหลายหมื่นล้านบาท ส่งผลให้พนักงานถูกสั่งให้รัดเข็มขัดค่าใช้จ่ายสวัสดิการเป็นจำนวนมาก แต่ปรากฏว่าผู้บริหารกลับทุ่มงบปรับปรุงห้องทำงานกับซื้อรถประจำตำแหน่งใหม่ร่วม 10 ล้านบาท กลายเป็นสองมาตรฐานทำให้การทำงานในธนาคารแห่งนี้มีแต่ประสานงาแทนที่จะประสานใจกันช่วยกันทำงานแก้ปัญหา เรื่องแบบนี้ ธานินทร์ อังสุวรังษี ผู้จัดการไอแบงก์ และ บัณฑิต โสตถิพลาฤทธิ์ ประธานกรรมการไอแบงก์ลองเงี่ยหูฟังแล้วลงไปตรวจสอบหน่อยก็น่าจะดี
...ขวัญหนีดีฝ่อกันแทบทุกคนสำหรับพนักงานธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ที่ได้ผู้บริหารใหม่ไม่กี่เดือน แต่ปรากฏว่ายอดหนี้เสียปูดหลายหมื่นล้านบาท ส่งผลให้พนักงานถูกสั่งให้รัดเข็มขัดค่าใช้จ่ายสวัสดิการเป็นจำนวนมาก แต่ปรากฏว่าผู้บริหารกลับทุ่มงบปรับปรุงห้องทำงานกับซื้อรถประจำตำแหน่งใหม่ร่วม 10 ล้านบาท กลายเป็นสองมาตรฐานทำให้การทำงานในธนาคารแห่งนี้มีแต่ประสานงาแทนที่จะประสานใจกันช่วยกันทำงานแก้ปัญหา เรื่องแบบนี้ ธานินทร์ อังสุวรังษี ผู้จัดการไอแบงก์ และ บัณฑิต โสตถิพลาฤทธิ์ ประธานกรรมการไอแบงก์ลองเงี่ยหูฟังแล้วลงไปตรวจสอบหน่อยก็น่าจะดี
...หลายฝ่ายต่างงงกับแผนของกระทรวงการคลังที่เปิดทางให้ไอแบงก์จ้างที่ปรึกษาภายนอกมาช่วยแก้ปัญหาหนี้เสียของธนาคาร เพราะนอกจากสะท้อนว่าคนในแบงก์แห่งนี้ไม่มีฝีมือแล้ว ยังเป็นการข้ามหัวคนทำงานในแบงก์แล้ว ยังอาจเป็นการเปิดช่องให้มีการนำบริษัทของพวกพ้องเข้ามาทำมาหากิน จนอาจทำให้แบงก์ฐานะแย่ลงไปกว่าเดิมอีก
...ปัญหาของไอแบงก์ที่แรงแซงหน้าธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ทำให้ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ที่กำกับดูแลไอแบงก์โดยตรง ต้องโชว์ฝีมือการแก้ไขปัญหามากกว่านี้ เพราะการท่องแต่คาถาแบงก์รัฐเจ๊งไม่เป็นไร รัฐบาลดูแลผู้ฝากเงินทุกราย ถือเป็นจุดยืนที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะเป็นรัฐบาลกำกับดูแลแก้ปัญหาแบงก์รัฐสินเชื่อแค่แสนล้านยังไปไม่รอด และการบริหารเงินประเทศเป็นล้านล้านบาท จะทำให้คนเชื่อถือได้อย่างไรว่ามีประสิทธิภาพ ไม่มีการรั่วไหล
...ลือหึ่งกันทั้งริมคลองประปายันแยกเกษตรฯ ว่า การประมูลจัดซื้อจัดจ้างโครงการป้ายอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์เกษตร (ธ.ก.ส.) มีคนอ้างตัวเป็นหน้าห้องรัฐมนตรีเรียกหัวคิวถึง 30% ทำให้โครงการที่เดิมต้องใช้เงิน 70 ล้านบาท กลับบานทะโร่เพิ่มเป็น 100 ล้านบาท เพื่อจ่ายค่าน้ำร้อนน้ำชาให้กะคนเก็บหัวคิว เป็นเรื่องที่เจ้ากระทรวงต้องลงมาดูด่วน เพิ่งจัดการประชุมและตีปี๊บว่าจะเน้นหนักในการปราบปรามการทุจริตไปไม่กี่วัน แต่หน่วยงานในกระทรวงการคลังกลับมีฝ่ายการเมืองลงไปกินหัวคิวทุกหย่อมหญ้า อายเขา
...ธนาคารออมสิน และ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เป็นธนาคารแข็งแกร่งไม่มีปัญหาเรื่องฐานะการเงินหรือหนี้เสีย แต่มาเจอม็อบเกษตรกรให้แก้หนี้บ้านไม่คิดดอกเบี้ย และลดเงินต้นให้เหลือ 1 ใน 3 ของยอดหนี้ ทำให้สองธนาคารลมจับ เพราะหากยอมตามม็อบ เห็นที่ลูกค้าดีๆ จะแห่เป็นเป็นหนี้เสียขอลดเงินต้นกันทั้งแบงก์







