posttoday
รวมตัววัฒนธรรมภูมิภาคหาความ "เหมือน" ลดความ "ต่าง"

รวมตัววัฒนธรรมภูมิภาคหาความ "เหมือน" ลดความ "ต่าง"

13 กุมภาพันธ์ 2556

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

ภายหลังข่าวการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน เรามักได้ยินคำว่า “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” หรือ “เออีซี” มากที่สุด เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า จากบรรดาทั้ง 3 เสาของประชาคมอาเซียน เสาเศรษฐกิจดูจะมีบทบาทและมีความเปลี่ยนแปลงเป็นรูปธรรมที่สุด

ขณะเดียวกันเสาที่จะมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตามมาติดๆ คือเสาสังคมและวัฒนธรรม เพราะเมื่อมีการเคลื่อนย้ายคนไปมาหาสู่ทางเศรษฐกิจมากขึ้น ชาวอาเซียนก็มีโอกาสต้องพบปะกันมากขึ้น ความพร้อมของคนไทยต่อการอยู่ร่วมกันภายใต้บริบทสังคมและวัฒนธรรมเดียวกัน จึงอยู่ภายใต้ “เครื่องหมายคำถาม”

ล่าสุด เครือข่ายเยาวชนนักศึกษาอาเซียนแห่งประเทศไทย (เอทีวายซี) จึงได้จัดเสวนาหัวข้อ “เสาสังคมฯ ของอาเซียน ก้าวใหม่หลังเปิดประชาคม : โอกาสและอุปสรรค” เพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะ ข้อมูล ที่เป็นประโยชน์ต่อทุกคนในการปรับตัว

กิตติ ประเสริฐสุข ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดมุมมองก่อนว่า เสาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน เป็นเสาที่มีปัญหาหลายอย่าง เริ่มด้วยความเป็นชาตินิยมในแต่ละประเทศ เช่น อินโดนีเซีย มีคนในหลายพื้นที่พยายามจะแยกตัวออกมาเป็นรัฐของตัวเอง ในไทยก็ประสบปัญหาเรื่อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ละประเทศยังมีกระบวนการชาตินิยม ทำให้ต้องปลูกฝังคนในประเทศให้มีความเข้าใจก่อน เป็นการลดอุปสรรคในการรวมตัว

เรื่องต่อมาคือ ตำราประวัติศาสตร์ ตำราดังกล่าวถือเป็นตำราแห่งบาดแผล ตำราแห่งสงคราม สร้างปมขัดแย้งให้เห็นว่า ประวัติศาสตร์ไทยคือการ “รบ” กับชาติอื่นในอาเซียน สังคมก็มองแต่ความขัดแย้ง ไม่มองสิ่งที่เป็นจุดร่วม และไม่ได้มองว่า ทุกชาติคือชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานร่วมกัน

“จริงๆ เราแค่แตกต่างจากชาติอื่นด้วยเรื่องศาสนา แต่เรื่องอื่นๆ ทั้งวัฒนธรรม นิสัยใจคอ ชาติในอาเซียนคล้ายคลึงกันหมด ที่ผ่านมาเราพูดถึงแต่ความต่าง ความขัดแย้ง เราต้องลองปรับมุมมอง หันมามองความคล้ายความเหมือนบ้าง”

เขายกตัวอย่างว่า เขาเคยไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น แล้วเจอชาวอินโดนีเซียที่ไปเรียนญี่ปุ่นเหมือนกัน เขาสนิทกับคนอินโดนีเซียได้เร็วมากกว่าคนชาติอื่นๆ อาจเพราะนิสัยใจคอคนอาเซียนรักความสนุกสนาน ไม่ค่อยเครียดเหมือนกัน มีวัฒนธรรมคล้ายคลึงกัน ทำให้เขาและเพื่อนอินโดนีเซียสนิทกันได้ง่าย

กิตติ ย้ำว่า สำหรับคนต่างจังหวัด การอยู่ร่วมสังคมเดียวกัน ภายใต้บริบทชนชาติและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน เป็นเรื่องที่มีมานานแล้ว ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง สถานที่สำคัญแต่ละแห่งไม่ต้องฝึกประดับธงชาติอาเซียน เรื่องการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน จึงเหมือนเรื่องที่คนกรุงเทพฯ “ตื่นเต้นไปเอง”

แต่ทั้งนี้ เขายอมรับว่า ยังมีเรื่องที่คนไทยต้องทำความเข้าใจเพิ่มเติม เช่น ความรู้เกี่ยวกับคนมุสลิม คนไทยมักรู้จักคนมุสลิมเพียงแค่ 2 เรื่อง คือ 1.ไม่กินหมู และ 2.มีภรรยาได้ 4 คน จากข้อเท็จจริงวัฒนธรรมการดำรงชีวิตของคนมุสลิมมีมากกว่านั้น และสำหรับข้อ 2 ก็ไม่ได้แปลว่าชายชาวมุสลิมทุกคนจะมีภรรยา 4 คน

อีกเรื่องหนึ่งคือทัศนคติ ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) มีทุนแลกเปลี่ยนนักศึกษาอินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย หรือทุนไอเอ็มที มานานแล้ว แต่ไม่ค่อยมีนักศึกษาสมัครทุนแลกเปลี่ยนดังกล่าว เพราะเด็กไทยมักจะสนใจไปเรียนต่อในประเทศตะวันตกและประเทศร่ำรวยมากกว่า อนาคตจึงควรปรับทัศนคติให้นักศึกษายุคใหม่หันมามองประเทศในอาเซียนบ้าง

เมื่อมีคำถามถึงเรื่องการลงทุนจากต่างชาติกับการกลืนวัฒนธรรม กิตติ มองว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นเป็นปกติภายใต้ยุคโลกาภิวัตน์ ดังนั้น ภาคสังคมก็ต้องตระหนักและเตรียมการรับมือกรณีดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อต่างชาติเข้ามาก็มักจะพาบุคลากรโดยเฉพาะระดับผู้จัดการขึ้นไปเข้ามาทำงานด้วย สิ่งที่ต้องเร่งทำคือพัฒนาโอกาสให้บุคลากรไทยได้มีโอกาสเข้าไปทำงานระดับสูงในบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาลงทุนด้วย

ขณะที่เรื่องอื่นๆ ภายใต้แผนงานการจัดตั้งประชาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (เอเอสซีซี) มีการพูดคุยในเวทีประชุมระดับนานาชาติบ้าง เช่น ประเด็นสิ่งแวดล้อม ก็มีการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม (เอเอ็มเอ็มอี) แต่การประชุมไม่ค่อยมีความคืบหน้ามากนัก เพราะปัญหาหลักของอาเซียนตอนนี้คือเรื่องเศรษฐกิจ หลายประเทศยังประสบภาวะยากจน เรื่องที่ยังไม่ได้มีปัญหาร่วมกัน จึงยังไม่มีใครให้ความสำคัญ

ด้าน โกสุมภ์ สายจันทร์ รองศาสตราจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) บอกว่า ประชาคมอาเซียนเป็นโอกาสให้นักศึกษาไทยได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนระหว่างวัฒนธรรมต่อกันมากขึ้น จากการขยายลงทุนของบริษัทไทยในต่างประเทศ นักศึกษาไทยก็ควรลองขอโอกาสพี่ๆ ที่รู้จักในต่างประเทศเข้าไปฝึกงาน โดยยินดีออกค่าใช้จ่ายทั่วไปเอง จะทำให้ได้เรียนรู้มากกว่าปกติ

ทั้งนี้ การศึกษาถือเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เด็กรุ่นใหม่ได้รู้จักเพื่อนบ้านชาวอาเซียนอย่างแท้จริง ล่าสุด มช.ได้ส่งนักศึกษาไปแลกเปลี่ยนที่เมืองเวียงจันทน์ ประเทศลาว เด็กที่ไปถูกทักผิดเป็นคนเวียดนามมาตลอด แสดงให้เห็นว่า บรรยากาศของอาเซียนไม่ได้แตกต่างกันมาก เมื่อดูเผินๆ คนแต่ละชาติก็มีหน้าตา ผิวพรรณคล้ายคลึงกัน การไปแลกเปลี่ยนจะยิ่งสร้างความกลมกลืนและทำให้รู้จักวิถีชีวิตของกันและกัน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ