posttoday
กทค.ต้องชัดเจน!

กทค.ต้องชัดเจน!

13 กุมภาพันธ์ 2556

การแก้กฎหมายโทรคมนาคมนโยบายของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ที่ต้องการเปิดทางให้ต่างชาติเข้าถือหุ้นได้เกินกว่า 70% ในธุรกิจโทรคมนาคม เพื่อสร้างการแข่งขันให้เกิดขึ้นในตลาดโทรคมนาคมอย่างแท้จริง โดยให้มีผู้ประกอบการมากกว่า 3 ราย ถือเป็นเรื่องที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นอีกครั้งในช่วงที่ไทยเตรียมเข้าสู่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เพื่อกระตุ้นให้ประเทศอื่นๆ อยากเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยมากขึ้น

การแก้กฎหมายโทรคมนาคมนโยบายของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ที่ต้องการเปิดทางให้ต่างชาติเข้าถือหุ้นได้เกินกว่า 70% ในธุรกิจโทรคมนาคม เพื่อสร้างการแข่งขันให้เกิดขึ้นในตลาดโทรคมนาคมอย่างแท้จริง โดยให้มีผู้ประกอบการมากกว่า 3 ราย ถือเป็นเรื่องที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นอีกครั้งในช่วงที่ไทยเตรียมเข้าสู่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เพื่อกระตุ้นให้ประเทศอื่นๆ อยากเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเปิดเสรีจะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น ไม่สามารถทำได้โดยการประกาศด้วยวาจาแต่เพียงอย่างเดียว เพราะในทางปฏิบัติจำเป็นต้องแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 ที่กำหนดสัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนต่างชาติไว้ตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ของกระทรวงพาณิชย์ คือ ห้ามเกิน 49%

ทั้งนี้ การแก้ไขกฎหมายที่จะเกิดขึ้นก็ต้องพิจารณาในรายละเอียดเพิ่มเติมว่า ต้องไม่ขัดกับข้อตกลงที่ได้ดำเนินการไว้กับทั่วโลก เช่น กรณีของอาเซียน แม้จะเปิดเสรี 70% แต่ธุรกิจที่ไทยได้ตกลงให้ต่างชาติเข้ามาแข่งขันได้ คือ แฟกซ์ โทรเลข และการขนส่งคนไปอวกาศเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่จุดประสงค์ที่แท้จริงของการเปิดเสรีตามที่ กทค. ต้องการ นั่นคือการเปิดโอกาสให้มีผู้ประกอบการเข้าประมูลใบอนุญาตเพื่อให้บริการโทรคมนาคมมากขึ้น ทั้งคลื่นความถี่ 4จี ดาวเทียม ไวไฟ เป็นต้น

ดังนั้น แม้การเปิดเสรีอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในครั้งนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยแก้กฎหมายในส่วนของโทรคมนาคมแต่เพียงอย่างเดียว แต่ กทค.ควรต้องชัดเจนว่าต้องการเปิดให้ต่างชาติเข้ามาดำเนินการในส่วนไหน อย่างไร และกำหนดเงื่อนไขด้วยว่า ต้องการเปิดเสรีเพื่อสร้างการแข่งขันและความหลากหลายด้านบริการให้กับประชาชนจริงๆ

เพราะย้อนกลับไปก่อนหน้า กฎหมายโทรคมนาคม ปี 2544 ฉบับนี้ เคยถูกแก้ไขเรื่องสัดส่วนการถือหุ้นต่างชาติมาแล้วเมื่อสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี โดยเพิ่มจากเดิมที่ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 25% เป็น 49% ซึ่งหลังจากที่ พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2548 มีผลบังคับใช้เพียง 3 วัน ตระกูลชินวัตรก็ประกาศขายหุ้นชิน คอร์ปอเรชั่น ให้กับกลุ่มเทมาเซกทันที ส่งผลให้การแก้กฎหมายโทรคมนาคมในครั้งนั้นถูกเชื่อมโยงว่าแก้กฎหมายเพื่อเอื้อกลุ่มทุนและประโยชน์ของพวกพ้อง

การแก้ไขกฎหมายโทรคมนาคมในครั้งนี้แตกต่างไปจากกรณีการแก้ไขเมื่อปี 2554 เพราะครั้งนี้เป็นการแก้ไขเพื่อส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และป้องกันการผูกขาด โดย กทค.มีเจตนาที่ดีที่อยากเห็นผู้เข้าร่วมประมูล หรือผู้ให้บริการในประเทศไทยมีมากกว่าผู้เล่นหน้าเดิมๆ ที่เห็นกันอยู่ในตลาด ซึ่งจะส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมมากขึ้น

หากมั่นใจว่าการเปิดเสรีจะส่งผลดีได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันจริง ก็ควรจะผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน อย่าดีแต่ประกาศเป็นนโยบายแล้วเงียบหายไป เพราะหากมีเป้าหมายว่าทำเพื่อประชาชน ก็ควรต้องทำให้เห็นว่าเกิดขึ้นได้จริง และสุดท้ายแล้วประชาชนผู้ใช้บริการจะเป็นฝ่ายตัดสินว่าได้ “เสรี” ในการใช้บริการจากการแข่งขันที่จะเพิ่มขึ้น จริงหรือไม่

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี