posttoday
รัฐติดหล่ม จำนำข้าวทุกเมล็ด โกดังล้น เสี่ยงขายขาดทุนยับ

รัฐติดหล่ม จำนำข้าวทุกเมล็ด โกดังล้น เสี่ยงขายขาดทุนยับ

13 กุมภาพันธ์ 2556

โดย...อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล

โดย...อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล

แม้ว่านโยบาย “รับจำนำข้าวทุกเมล็ด” ของรัฐบาลจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร แต่ปัญหาการบริหารจัดการและความไม่โปร่งใสของโครงการ ก็เป็นจุดบอดที่ทำให้รัฐบาลติดหล่มข้าวในสต๊อก จนในที่สุดอาจทำให้ต้องยอมเจ็บหนัก เทสต๊อกขายในราคาขาดทุนยับ!

ปัจจุบันรัฐบาลมีภาระสต๊อกข้าวสารราวในโกดังกลางของรัฐบาล 1011 ล้านตัน ซึ่งเป็นข้าวที่ได้จากการแปรสภาพข้าวเปลือกจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/2555 และข้าวเปลือกนาปรัง นอกจากนั้นผลผลิตข้าวเปลือกนาปี ฤดูกาล 2555/2556 อีกราว 10 ล้านตันข้าวเปลือก กำลังทยอยเข้าสู่โครงการรับจำนำข้าวเปลือกฤดูกาล 2555/2556 ซึ่งจะสีแปรเป็นข้าวสารได้ประมาณ 5 ล้านตัน เมื่อรวมกับสต๊อกข้าวเก่าและใหม่ จะทำให้รัฐบาลมีสต๊อกข้าวสารเพิ่มเป็น 1516 ล้านตัน!

ปัญหาคือรัฐบาลไม่มีโกดังรองรับปริมาณข้าวจำนวนมหาศาลที่เพิ่มขึ้นมานี้ เนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถระบายข้าวในสต๊อกเก่าได้ทัน เพราะราคาข้าวไทยที่สูงกว่าประเทศคู่แข่งมากกว่า 100 เหรียญสหรัฐ/ตัน และปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่า ยิ่งทำให้ราคาข้าวไทยสูงเกินกว่าราคาข้าวของคู่แข่งยิ่งขึ้น รัฐบาลจึงต้องเสียค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการสต๊อกข้าวจำนวนมาก ทั้งค่ารักษาสภาพข้าวและดอกเบี้ย เฉลี่ยแล้วรัฐบาลต้องเสียค่าใช้จ่ายดูแลสต๊อก 288300 ล้านบาท/เดือน

ค่าใช้จ่ายเหล่านี้เหมือนเป็นการเสียงบประมาณไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะสุดท้ายแล้วข้าวเมื่อเก็บไว้นานก็เสื่อมสภาพไปตามปีที่เก็บ และเมื่อประมูลขายออกมา ก็ต้องขายในราคาต่ำ เพราะถือเป็นข้าวเก่า

ขณะนี้โกดังในพื้นที่ภาคกลางเก็บข้าวจนเต็มเกือบทุกพื้นที่ แม้รัฐบาลกำลังเร่งพยายามรับสมัครผู้ประกอบการโกดังให้มาเข้าร่วมโครงการรับจำนำมากขึ้น รวมทั้งมีเอกชนรายใหม่ๆ ที่พยายามจะสร้างโกดังเพื่อมาเข้าร่วมโครงการแลกกับค่าฝากเก็บ แต่ปริมาณข้าวที่เข้ามหาศาลจึงคาดว่าศักยภาพของโกดังข้าวทั่วประเทศของไทยจะไม่เพียงพอ

นอกจากปัญหาโกดังยังมีกระแสร้องเรียนเรื่องทุจริตต่างๆ จากผู้ประกอบการโรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าว ฤดูกาล 2555/2556 ว่าถูกบริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว (เซอร์เวเยอร์) และผู้ประกอบการโกดังเรียกเก็บค่าตรวจสอบคุณภาพข้าวจากโรงสีกระสอบละ 1012 บาท จากเดิมที่มีการเรียกเก็บในโครงการรับจำนำฤดูกาล 2554/ 2555 กระสอบละ 7 บาท แลกกับการตรวจสอบคุณภาพข้าว เพื่อนำข้าวเข้าโกดังกลางของรัฐบาล หากไม่จ่ายก็จะประวิงเวลาในการตรวจสอบ ทำให้โรงสีส่งมอบข้าวไม่ทันตามสัญญากับรัฐบาล หรือต้องเสียค่าปรับตามสัญญา และยังมีกรณีที่มีโรงสีบางรายแอบนำข้าวรัฐบาลไปเข้าในตลาดก่อน และนำข้าวเก่าที่รอซื้อจากรัฐบาลนำมาใส่ในโกดังคืนเพื่อฟันกำไรส่วนต่าง

นอกจากนั้น รัฐบาลยังไม่สามารถอุดช่องโหว่การทุจริตที่เกิดขึ้นได้ แถมยังลุกลามมากขึ้น จากค่าใต้โต๊ะกระสอบละ 7 บาท เพิ่มเป็น 10 บาท หากคำนวณคร่าวๆ ข้าว 10 ล้านกระสอบ ในโครงการรับจำนำข้าวที่ต้องจ่ายใต้โต๊ะ จะเป็นเงินสะพัดในขบวนการทุจริตข้าวมากถึง 100 ล้านบาท

ทั้งหมดนี้กำลังกลายเป็นแรงบีบ ซึ่งสุดท้ายแล้วรัฐบาลอาจต้องยอมระบายข้าวออกมาในราคาต่ำกว่าราคาตลาด ซึ่งจะยิ่งทำให้รัฐบาลขาดทุนจากต้นทุนการรับจำนำที่กำหนดไว้สูงลิ่ว โดยไม่มองความเป็นไปได้ของกลไกตลาด

ระยะเวลากว่า 1 ปีที่รัฐบาลดำเนินโครงการรับจำนำแสดงให้เห็นแล้วว่าคุ้มค่าหรือไม่ เพราะปัญหาสต๊อกจำนวนมหาศาลและปัญหาการบริหารจัดการที่ไม่โปร่งใส ไม่เพียงแต่จะทำให้รัฐบาลสิ้นเปลืองงบประมาณกว่า 4 แสนล้านบาทเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายแก่ทั้งภาคส่งออกและธุรกิจข้าวในประเทศ รัฐบาลจึงควรพิจารณาทบทวนแก้ไขอย่างเร่งด่วนก่อนตลาดข้าวจะพังทั้งระบบ!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท