
คนไทยต้องมีวินัย
“ผมใช้เวลาเพียง 20 นาที ตัดสินใจมาทำงานที่เมืองไทย”
“ผมใช้เวลาเพียง 20 นาที ตัดสินใจมาทำงานที่เมืองไทย”
เวลาเพียงสั้นๆ เมื่อปี 2548 กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ของ สก็อต วิลเลียม โอนีล ชาวอเมริกัน วัย 39 ปี ให้ได้มาทำงาน มาพบรักกับ จารุวรรณ ทรัพย์บุญวิไล โอนีล จนแต่งงานกัน และตอนนี้มีลูกชายวัยซน 2 คน คือ เอมอน โอนีล อายุ 4 ปี และ อัฟตัน โอนีล วัย 10 เดือน ซึ่งเป็นพลังครอบครัวสำคัญที่ทำให้เขาหลงรักเมืองไทยไปโดยไม่รู้ตัว แถมยังซึมซับและรู้จักเมืองไทยอย่างลึกซึ้งในเวลาต่อมาด้วย
คุณครูสก็อต จากโรงเรียนนานาชาติกรุงเทพ (ISB) เล่าให้ฟังว่า ตัดสินใจทิ้งบ้านเกิดในรัฐมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา หลังจากมีคนเสนองานสอนในโรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองไทย ซึ่งเขาตกลงรับเสนอภายใน 20 นาทีเท่านั้น โดยมองว่าเป็นสิ่งท้าทายที่จะได้ไปทำงานที่รักในสถานที่แปลกใหม่อย่างเมืองไทย
เมื่อถามความเห็นของสก็อตที่มีต่อเมืองไทยในที่กำลังจะก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 เขามองว่า ในเวลาแบบนี้ คนไทยควรจะสามัคคีให้มาก เพราะจะสะท้อนถึงพลังที่เข้มแข็งในการผลักดันให้ประเทศไทยขับเคลื่อนไปสู่อนาคตร่วมกัน เพราะที่ผ่านมาเขารู้สึกไม่สบายใจทุกครั้งที่เห็นคนไทยไม่รักกันเอง
ส่วนอีกเรื่องสำคัญคือ การเคารพสิทธิของผู้อื่น เพราะต่อไปประเทศไทยกำลังจะหล่อหลอมเป็นประชาคมอาเซียนร่วมกับอีก 9 ประเทศสมาชิก ทำให้ต้องเรียนรู้หลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน
ดังนั้น การเริ่มต้นด้วยการเคารพสิทธิของผู้อื่น จึงน่าจะเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดที่ทุกคนสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ตัวอย่างที่เขาเห็นชัดเจน คือ คนที่ต่อแถวขึ้นรถไฟฟ้าจะเสียระเบียบทันที เมื่อประตูรถไฟฟ้าเปิดออกมา เพราะเกือบทุกคนพร้อมใจกรูเข้าไปในขบวนรถทันที โดยไม่ยอมให้คนข้างในรถไฟฟ้าออกมาก่อน ซึ่ง สก็อต บอกว่า ช่าง “อะเมซิง” และยากที่จะเข้าใจจริงๆ
ในเรื่องเดียวกันยังยาวไปถึงการเคารพสิทธิผู้อื่นในพื้นที่สาธารณะต่างๆ โดยเฉพาะบนทางเท้า หรือ “ฟุตปาท” ที่กลายเป็นแหล่งทำมาหากินของร้านรวงหาบเร่ไปจนถึงร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่น ที่ สก็อต มองว่า ค่อนข้างเป็นการละเมิดสิทธิผู้อื่น โดยเฉพาะคนเสียภาษีที่ต้องการให้รัฐนำเงินไปพัฒนาสิ่งอื่นๆ มากกว่า
ครูหนุ่มอินเตอร์คนนี้ก็ได้เสนอทางออกแบบกลางๆ เพื่อประโยชน์ของทุกฝ่ายว่า อาจจะจัดสรรพื้นที่ทางเดินให้มีระเบียบมากขึ้น เช่น ให้ขายของด้านใดด้านหนึ่งของทางเท้าแล้วเปิดทางให้คนเดินสะดวกมากขึ้น
ในฐานะที่อยู่เมืองไทยมาเกือบ 10 ปี ได้เห็นการพัฒนาอันรวดเร็วของเมืองไทย แต่คนต่างชาติแบบสก็อตก็ยังอยากให้อนุรักษ์วิถีชีวิตคนไทยแบบดั้งเดิมไว้ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ วิถีชีวิตที่เขาชื่นชอบมากและอยากให้อนุรักษ์ไว้ คือ ตลาดสด ที่ สก็อต มองว่าควรรักษาสถานที่เหล่านี้ไว้ มากกว่าจะเร่งพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมที่มาพร้อมกับห้างค้าปลีกสมัยใหม่แบรนด์ต่างๆ จำนวนมากเสียอีก
เพราะหากปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปแบบไม่เป็นระบบแล้ว ย่อมหมายถึง การปลูกราก หรือ เป็นที่มาของการ ‘คอร์รัปชัน’ ที่ยินยอมให้มีการละเมิดสิทธิ์ของทั้งตัวเองและคนอื่นแบบไม่รู้จบ







