
หุ้นปิดภาคเช้าบวก 1.58 จุด
หุ้นแกว่งตัวกรอบแคบสลับบวกลบ ก่อนปิดครึ่งวัน 1.58 จุด มูลค่ากว่า 2.6 หมื่นล้านบาท
หุ้นแกว่งตัวกรอบแคบสลับบวกลบ ก่อนปิดครึ่งวัน 1.58 จุด มูลค่ากว่า 2.6 หมื่นล้านบาท
ดัชนีหุ้นไทยผันผวนแกว่งตัวแคบก่อนที่จะปรับตัวขึ้นมาปิดภาคเช้าที่ 1,490.69 จุดเพิ่มขึ้น 1.58 จุด หรือเพิ่มขึ้น 0.11% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 26,868.19 ล้านบาท ดัชนีเคลื่อนไหวระหว่าง1,486.20-1,494.46 จุด
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่
BLAND มูลค่า 1,607 ล้านบาท ปิด 2.08 บาท +0.06 บาท หรือ +2.97%
TMB มูลค่า 947 ล้านบาท ปิด 2.46 บาท +0.10 บาท หรือ +4.24%
PTT มูลค่า 877 ล้านบาท ปิด 349.00 บาท +2.00 บาท หรือ +0.58%
BMCL มูลค่า 817 ล้านบาท ปิด 1.73 บาท +0.07 บาท หรือ +4.22%
ADVANC มูลค่า 814 ล้านบาท ปิด 198.50 บาท -1.50 บาท หรือ -0.75%
นายกวี ชูกิจเกษม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์(บล.)กสิกรไทยให้ความเห็นว่า ตลาดระยะสั้นคงแกว่งต่อและหากหลุด 1,484 จุดก็อาจได้เห็น 1,450 จุด ดังนั้นสำหรับผู้เก็งกำไรหากหลุด 1,484 จุดอาจต้องหยุดการเก็งกำไรไว้ก่อน แต่นักลงทุนระยะกลางเป็นโอกาสที่ดีในการสะสมเพิ่มที่แนวรับเพราะยังมองเห็นโอกาส ดัชนี ขึ้นทดสอบ 1,550-1,560 จุดอยู่
ตลาดยังรอติดตามผลการประชุมรมว.คลังยุโรป (11-12 ก.พ.) และการแถลงนโยบายประจำปีของนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐซึ่งจะถูกเชื่อมโยงไปยังแผนการลดงบประมาณอัตโนมัติที่รอความชัดเจนว่าจะเลื่อนออกไปอีก 10 เดือนหรือไม่ (น่าจะลงคะแนนราวปลาย ก.พ.) ความกังวลจากปัจจัยทั้งหลายนี้อาจทำให้ค่าเงินสหรัฐ แข็งค่า และเป็นปัจจัยลบต่อตลาดไปอีกพัก และคาดว่าหลังเดือนก.พ. ตลาดหุ้นน่าจะดีขึ้น
วันนี้แนะนำ จึงแนะนำหุ้นบริษัทมั่นคงเคหะการ(MK )ที่ผลกำไรปี 2556 จะโดดเด่นจากการรับรู้โครงการคอนโดมิเนียมที่พลาดไปในช่วงไตรมาสที่ 4/2555 ราคาปัจจุบันซื้อขายที่สัดส่วนราคาต่อกำไร( PER) ปี 2556 เพียง 7.10x และเพียง 0.74 เท่าของมูลค่าทางบัญชี (5.72 บาท) และยังให้ปันผล 7.0% แนวรับ 4.24บาท และ 4.06บาท แนวต้าน 4.3 บาทและ 4.6 บาทใช้ 3.9 บาทเป็นจุดหยุดขาดทุน







