posttoday
BECL ยังมีข่าวบวกรออยู่

BECL ยังมีข่าวบวกรออยู่

12 กุมภาพันธ์ 2556

ล่าสุดทางฝ่ายวิเคราะห์ FSS ได้ปรับราคาพื้นฐานของ BECL ขึ้นเป็น 48 บาท จากเดิม 39 บาท จากการปรับเปลี่ยนวิธีการประเมินมูลค่าหุ้น จากเดิมที่ดูกระแสเงินสดของบริษัท (DCF) มาเป็นการรวมส่วนของแต่ละกิจการที่ BECL ถืออยู่ (Sum of the parts) ซึ่งเราคิดว่าน่าจะสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของ BECL ได้ดีกว่า เนื่องจาก BECL ถือหุ้นในบริษัทจดทะเบียนคือ TTW (20.24%) และ BMCL (11.36%) และที่กำลังจะเป็นบริษัทจดทะเบียน คือ CK Power (30%) ซึ่งทั้งสองมีมูลค่าในตัวมันเอง

ล่าสุดทางฝ่ายวิเคราะห์ FSS ได้ปรับราคาพื้นฐานของ BECL ขึ้นเป็น 48 บาท จากเดิม 39 บาท จากการปรับเปลี่ยนวิธีการประเมินมูลค่าหุ้น จากเดิมที่ดูกระแสเงินสดของบริษัท (DCF) มาเป็นการรวมส่วนของแต่ละกิจการที่ BECL ถืออยู่ (Sum of the parts) ซึ่งเราคิดว่าน่าจะสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของ BECL ได้ดีกว่า เนื่องจาก BECL ถือหุ้นในบริษัทจดทะเบียนคือ TTW (20.24%) และ BMCL (11.36%) และที่กำลังจะเป็นบริษัทจดทะเบียน คือ CK Power (30%) ซึ่งทั้งสองมีมูลค่าในตัวมันเอง

อย่างไรก็ตาม มูลค่าตามพื้นฐานที่เราคำนวณใหม่ของ BECL ยังไม่ได้รวมข่าวบวกที่รออยู่ข้างหน้า คือ การขอปรับขึ้นค่าทางด่วนในเดือน ก.ย.นี้ รวมถึงกำไรที่จะได้จากการนำ CK Power เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ราวไตรมาส 2 ของปีนี้ นอกจากนี้ BECL เป็นบริษัทที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอปีละ 2 ครั้ง เป็นจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นทุกปี คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปีละประมาณ 3% จึงถือเป็นหุ้นพื้นฐานที่น่าสนใจตัวหนึ่ง

คาดกำไรสุทธิปี 2555 เติบโต 64%

เราคาดกำไรจากการดำเนินงานปกติที่ไม่รวมรายการพิเศษในไตรมาส 4 ของปีก่อนที่ 370 ล้านบาท ลดลง 16.8% จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากไม่มีเงินปันผลจาก TTW ดังเช่นในไตรมาสก่อนหน้า แต่กำไรดังกล่าวก็น่าจะเพิ่มขึ้นถึง 107% จากไตรมาสเดียวกันปี 2554 เพราะเป็นช่วงที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมพอดี

ทั้งนี้ ปริมาณการใช้ทางด่วนในไตรมาส 4 ที่ผ่านมา เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 1.1 ล้านคัน ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากกำไรเป็นไปตามคาดน่าจะทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 2555 ของ BECL อยู่ที่ 2,305 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64% (ในปี 2555 มีกำไรพิเศษจากการขายหุ้นบริษัท เซาท์อีสท์ เอเชีย เอนเนอร์จี ในไตรมาส 2)

คาดบันทึกกำไรพิเศษไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท ในไตรมาสแรกของปีนี้

การซื้อหุ้น TTW จาก CK เพิ่มอีก 11% เป็น 20.24% ในทางบัญชีจะมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการบันทึกรายได้ จากเดิมที่รับรู้เป็น “เงินปันผล” ตามสัดส่วนที่ถือ (ประมาณ 190 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมาที่ยังถือหุ้นอยู่ 9%) เป็นรับรู้ “ส่วนแบ่งกำไรของ TTW ตามสัดส่วนที่ถือ” (ประมาณกว่า 500 ล้านบาท)

นอกจากนี้ แม้ว่า BECL จะต้องจ่ายเงินซื้อหุ้นเพิ่ม แต่ในทางบัญชีจะต้องมีการปรับปรุงมูลค่าหุ้นของเดิมที่ถืออยู่ก่อนแล้ว (368.75 ล้านหุ้น) ซึ่งมีต้นทุนที่ 3.08 บาท เทียบกับราคาหุ้นของ TTW ในวันที่ BECL เข้าซื้อเพิ่ม ส่วนต่างของราคาดังกล่าวจะถูกบันทึกเป็นกำไรพิเศษ ซึ่งคาดว่าจะเป็นจำนวนไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท (คาดบันทึกในไตรมาสแรกปีนี้)

แม้ว่ากำไรในส่วนนี้จะไม่กระทบต่อกระแสเงินสด แต่มีผลทำให้มูลค่าหุ้นทางบัญชี (Book Value) เพิ่มขึ้น ดังนั้นหากใครที่ประเมินมูลค่าหุ้นตัวนี้โดยอิง Book Value หมายความว่ามูลค่าหุ้นตามพื้นฐานก็จะต้องเพิ่มขึ้นโดยปริยาย

ปรับประมาณการกำไรขึ้น คาดว่ากำไรในปีนี้และปีหน้าเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 28% ต่อปี

ผลของการถือหุ้น TTW เพิ่ม ทำให้เราปรับกำไรจากการดำเนินงานปกติในปี 2556 และปี 2557 ขึ้นจากเดิม 2% และ 5% เป็น 1,946 ล้านบาท และ 2,432 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเติบโตที่ค่อนข้างสูงที่ 31% และ 25% ตามลำดับ ส่วนกำไรสุทธิในปี 2556 นี้ น่าจะไม่ต่ำกว่า 3,946 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71% จากกำไรของการปรับปรุงมูลค่าหุ้น TTW ของเดิมที่ถืออยู่

ปรับราคาพื้นฐานขึ้นเป็น 48 บาท แนะนำซื้อ

FSS ได้ประเมินมูลค่าหุ้นจากวิธี Sum of the parts ได้ที่ 48 บาท โดยมาจากธุรกิจทางด่วนของ BECL เองที่ 32.20 บาท มูลค่าของ TTW อีก 11.60 บาท มูลค่าของ BMCL 1.70 บาท และ CK Power 2.50 บาท สำหรับเงินปันผล เราคาดว่า BECL จะจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลังของปีที่ผ่านมาอีกหุ้นละ 0.75 บาทคิดเป็นอัตราผลตอบแทนสำหรับงวดนี้ 1.7%

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ