posttoday
บลจ.ยูโอบี เชื่อมฐานลูกค้าแม่ตปท.แตะแสนล้านปีนนี้

บลจ.ยูโอบี เชื่อมฐานลูกค้าแม่ตปท.แตะแสนล้านปีนนี้

12 กุมภาพันธ์ 2556

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ยูโอบี (ไทย) ดึงจุดเด่นการมีบริษัทแม่เป็นต่างประเทศ (สิงคโปร์) เชื่อมโยงฐานลูกค้าและหาโอกาสลงทุนใหม่ๆ หวังเติบโตอย่างมั่นคงสู่ระดับเอเชีย

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ยูโอบี (ไทย) ดึงจุดเด่นการมีบริษัทแม่เป็นต่างประเทศ (สิงคโปร์) เชื่อมโยงฐานลูกค้าและหาโอกาสลงทุนใหม่ๆ หวังเติบโตอย่างมั่นคงสู่ระดับเอเชีย

“วนา พูลผล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ยูโอบี (ไทย) เปิดเผยว่า บลจ.ยูโอบี ตั้งเป้าขยายสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) ในปี 2556 แตะระดับ 1 แสนล้านบาท เติบโต 31% จากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 7.96 หมื่นล้านบาท และล่าสุด สิ้นเดือน ม.ค. ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 8.3 หมื่นล้านบาทแล้ว

“เป้าหมายในปีนี้จะใช้จุดแข็งของกลุ่มบริษัทในต่างประเทศให้มากขึ้น ใช้ประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนข้อมูลในการคุยกับผู้จัดการกองทุนในภูมิภาคของกลุ่มยูโอบีทุก 3 เดือน มาออกกองทุนใหม่ในไทยและหากลูกค้าในต่างประเทศชอบกองทุนของเรา ทางยูโอบีในต่างประเทศก็ส่งมา ถือเป็นการเชื่อมโยงฐานลูกค้าให้ครอบคลุมทั่วเอเชีย เป็นไปตามเป้าที่เราอยากก้าวอย่างมั่นคงสู่ระดับภูมิภาค” วนา กล่าว

นอกจากกลุ่มยูโอบีมีสำนักงานใหญ่ที่สิงคโปร์แล้ว ยังมีเครือข่ายในมาเลเซีย ญี่ปุ่น และไต้หวัน

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจและลูกค้าชอบ คือ ธุรกิจไพรเวต อิควิตี หรือการลงทุนในหุ้นบริษัทนอกตลาด ซึ่งจะรองรับกลุ่มลูกค้าสถาบันในปีนี้ ทั้งลูกค้าสถาบันและลูกค้ารายใหญ่ (ไฮเน็ตเวิร์ก) ที่มีเงินลงทุน 50 ล้านบาทขึ้นไป สามารถลงทุนยาวได้ 35 ปี ผลตอบแทนจากการลงทุนประมาณ 15% และบางโครงการอาจสูงถึง 20% โดยขณะนี้มีลูกค้าสนใจลงทุนประมาณพันกว่าล้านบาท

“ในสิงคโปร์มีผู้จัดการกองทุนที่ทำหน้าที่คัดหุ้นนอกตลาด เราก็จะร่วมมือกัน ถ้าเราเจอบริษัทดีๆ แต่เงินไม่พอ เราก็ชวนเขามาลงทุนทำให้สินทรัพย์รวมเราเติบโตได้” วนา กล่าว

สำหรับธุรกิจกองทุนรวมในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะ “ทริกเกอร์ฟันด์” ดึงดูดลูกค้าเข้ามาลงทุนค่อนข้างมาก และในปีนี้ยังหาจังหวะออกกองใหม่เพื่อให้มีผลิตภัณฑ์ครบ รวมถึงออกกองทุนอสังหาริมทรัพย์อีกหลายกองทุนและก็สนใจกองทุนโครงสร้างพื้นฐานด้วย

ธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะใช้กลยุทธ์ “ปากต่อปาก” เนื่องจากบริษัทไม่มีนโยบายแข่งขันตัดราคาหรือบริหารฟรี แต่จะชูนโยบายการเลือกลงทุนได้เอง 7 ทางผ่านเอ็มโพยีชอยส์ที่มีให้เลือก รวมถึงผลงานปีที่ผ่านมาบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของกลุ่มรัฐวิสาหกิจได้สูงสุดถึง 12%

นอกจากนี้ ปลายปีที่ผ่านมาได้เปิดบริการงานทะเบียนสมาชิก มีลูกค้าสนใจเข้ามาใช้บริการแล้ว

“ณัชชา สุนทรธาราวงศ์” ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทวางกลยุทธ์ในการเข้าถึงลูกค้าเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มแมส มาร์เก็ต เงินลงทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท 2.กลุ่มไฮเน็ตเวิร์ก เกิน 5 ล้านบาทขึ้นไป และ 3.อัลฟา ไฮเน็ตเวิร์ก มูลค่าเงินลงทุนสูงถึง 100 ล้านบาท เพื่อทำให้การนำเสนอผลิตภัณฑ์ง่ายขึ้น

พร้อมทั้งเปิดให้ซื้อขายกองทุนผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ในไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มฐานลูกค้าจากเดิมที่มีอยู่ 4 หมื่นราย โดยเป็นรายย่อย 70% และสถาบัน 30% ใช้บริการผ่านธนาคารเป็นหลัก โดยปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มลูกค้าทั้งสองกลุ่ม

สำหรับความคืบหน้ากรณีที่บริษัท ไอเอ็นจี กรุ๊ป เอ็นวี ของเนเธอร์แลนด์ ตกลงที่จะขายธุรกิจ บลจ.ไอเอ็นจี (ไทย) ให้แก่ บลจ.ยูโอบี (สิงคโปร์) อยู่ระหว่างรอสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ของทั้ง 3 ตลาดอนุมัติ คาดว่าจะได้ข้อสรุปครึ่งแรกปีนี้

ส่วนประเด็นของการควบรวมกับ บลจ.ยูโอบี ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ทำให้สินทรัพย์ของธุรกิจกองทุนในไทยของ บลจ.ยูโอบีและไอเอ็นจี รวมเป็น 2 แสนล้านบาท ขยับขึ้นเป็นอันดับ 6 ของอุตสาหกรรม และเป้าหมายของกลุ่มก็น่าจะวางขึ้นเป็นอันดับ 5

หาก บลจ.ในกลุ่มยูโอบีรุกหนักเช่นนี้ ก็น่าจะถึงเป้าหมายได้ไม่ยากและคงทำให้ บลจ.ไทยขยับขยาย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ