
คุม2แบงก์รัฐ"เอสเอ็มอีแบงก์-ไอแบงก์"
กระทรวงการคลังส่งทีมเข้าติดตามแผนฟื้นฟู 2 แบงก์รัฐ แก้หนี้ 8 หมื่นล้าน ก่อนเพิ่มทุนให้
กระทรวงการคลังส่งทีมเข้าติดตามแผนฟื้นฟู 2 แบงก์รัฐ แก้หนี้ 8 หมื่นล้าน ก่อนเพิ่มทุนให้
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังส่งทีมงานจาก สศค.และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เข้าไปดูแลและติดตามการบริหารแผนฟื้นฟูกิจการของธนาคารรัฐที่มีปัญหา 2 แห่ง คือ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์)
ทั้งนี้ ให้ทีมงานดังกล่าวรายงานตรงต่อนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ทันทีหากมีปัญหาว่าแผนฟื้นฟูดำเนินการไม่ได้ตามเป้าหมาย หรือว่ามีอุปสรรคที่ต้องการให้กระทรวงการคลังเข้าไปช่วยเหลือ
“คลังจะให้เวลาดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน ก่อนจะพิจารณาว่าจะเพิ่มทุนให้ หรือหากทำไม่ได้ก็จะมีแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อไป” นายอารีพงศ์ กล่าว
สำหรับสถานะของไอแบงก์ล่าสุด มีหนี้เสียประมาณ 4 หมื่นล้านบาททำให้เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) ติดลบ 5% และต้องการขอเงินเพิ่มทุน 1.4 หมื่นล้านบาท
ขณะที่เอสเอ็มอีแบงก์มีหนี้เสีย 3.9 หมื่นล้านบาท มีบีไอเอสติดลบ 0.95% ต้องการเงินเพิ่มทุนประมาณ 6,000 ล้านบาท ทำให้รัฐต้องใช้เงินเพิ่มทุนทั้งสองธนาคารเป็นเงินรวมกัน 2 หมื่นล้านบาท เพื่อแก้หนี้เสียรวม 8 หมื่นล้านบาท
นายสมชัย กล่าวว่า ในส่วนของแก้ไขปัญหาหนี้เสียของไอแบงก์ นอกจากคลังจะส่งทีมเข้าไปดูแลการบริหารแผนฟื้นฟูรายวัน ยังจะให้นายธานินทร์ อังสุวรังษี กรรมการผู้จัดการ ไอแบงก์ สามารถจ้างทีมที่ปรึกษาที่มาจากข้างนอกธนาคารมาช่วยดูเรื่องการปล่อยสินเชื่อ การประเมินปล่อยหนี้ และการปรับโครงสร้างหนี้ เนื่องจากกรรมการผู้จัดการเข้ามาบริหารเพียงคนเดียว ป้องกันถูกแทงข้างหลังจากผู้ร่วมงานในธนาคาร
นายสมชัย กล่าวว่า ทางไอแบงก์ยืนยันว่าตอนนี้ไม่มีปัญหาสภาพคล่อง ในเดือน ก.พ.นี้ มีเงินฝากไหลเข้ามา 1,000 ล้านบาท เดือนก่อนหน้ามีลูกค้ารายใหญ่ คือ บริษัท ไปรษณีย์ไทย ถอนเงินฝากออกไป 500 ล้านบาท ส่วนการปล่อยสินเชื่อของทั้งสองธนาคารให้เข้มงวดการปล่อยกู้ลูกค้ารายใหญ่ ส่วนลูกค้ารายย่อยไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อราย ยังปล่อยปกติ
นางสาลินี วังตาล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ดีใจที่กระทรวงการคลังเอาจริงเอาจังกับการแก้ไขปัญหาธนาคารของรัฐ







