posttoday
แล้งฉุดศก.พันล.

แล้งฉุดศก.พันล.

02 เมษายน 2553

 

ชี้เสียหายจิ๊บจ๊อยรับมือสบาย

กระทุ้งรัฐเร่งมือไทยเข้มแข็ง

โพสต์ทูเดย์ — ผลสำรวจปัญหาภัยแล้งต่อผลกระทบเศรษฐกิจประเทศ พบสร้างความเสียหายแค่ 1,315 ล้านบาท

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจทัศนะต่อนโยบายของรัฐเรื่องประกันราคา แก้ไขหนี้นอกระบบ และผลกระทบต่อภัยแล้ง ว่า ผลกระทบของปัญหาภัยแล้งต่อเศรษฐกิจในปี 2553 มีมูลค่าความเสียหายรวม 1,315 ล้านบาท

ทั้งนี้ แบ่งเป็นผลกระทบทางตรงในภาคเกษตรมูลค่า 480.4 ล้านบาท ผลกระทบทางอ้อมในภาคเกษตร 519.9 ล้านบาท ภาคอุตสาหกรรมในเชิงวัตถุดิบ 268 ล้านบาท และภาคบริการ 46 ล้านบาท ซึ่งมีความเสียหายใกล้เคียงกับปี 2550 จึงไม่ได้ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจในระดับสูง และอยู่ในระดับที่จัดการได้

ดังนั้น ปัญหาภัยแล้งจึงไม่ใช่ปัจจัยลบในการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย เพราะโครงสร้างหนี้สินที่เกิดจากภัยแล้งยังไม่ส่งผลกระทบรุนแรง และประชากรในภาคการเกษตรยังมีรายได้อยู่ในระดับสูง ซึ่งจากการสำรวจหนี้สินเกษตรกรยังเป็นไปตามภาวะปกติตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยการกู้ยืมส่วนใหญ่เพื่อทำธุรกิจและลงทุนทางการเกษตร จึงสะท้อนว่าประชาชนฐานรากยังมีรายได้ในระดับที่ดีขึ้น

**อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเกษตร เช่น ปุ๋ย พันธุ์พืช ประกอบกับการทำนาปรังลดลงอาจจะส่งผลกระทบให้รายได้ของเกษตรกรลดลงบ้าง ซึ่งเกษตรกรจำนวนกว่า 37.2% มีรายได้ลดลงเทื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และ 4050% ใช้วิธีการกู้เงินเพื่อเพิ่มรายได้

สหสำหรับพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้งโดยมากจะอยู่ในภาคอีสานและเหนือ ซึ่งผู้ประสบปัญหา 75.5% ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ ส่วนการที่รัฐบาลขอให้หยุดการทำนา เกษตรกร 34.9% ยังคงทำนาต่อไป เพราะไม่รู้จะทำอะไร 32.9% ยังคงทำนาต่อไป แต่ลดพื้นที่ปลูกลง 20.9% หยุดตามที่รัฐบาลบอก และหาอย่างอื่นปลูกแทน ส่วนอีก 6.3% หยุดตามที่รัฐบาลบอก และหางานนอกพื้นที่ทำ ซึ่งรัฐบาลควรจัดหาอาชีพเสริมให้ ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ พักหนี้เกษตรกรในช่วงที่ไม่มีรายได้ และจัดหาแหล่งน้ำให้เพียงพอ

ด้านทัศนคติเกี่ยวกับนโยบายรัฐทั้งนโยบายไทยเข้มแข็ง การแก้ไขหนี้นอกระบบ และการประกันรายได้เกษตรกร ยังไม่ได้ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะหลายโครงการยังอยู่ระหว่างดำเนินการ เงินยังไม่ลงสู่พื้นที่อย่างแท้จริง เช่น โครงการไทยเข้มแข็ง ประชาชนกว่า 40% ยังไม่เห็นการก่อสร้างในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น และเกือบ 30% เห็นว่าในพื้นที่ยังไม่ได้รับประโยชน์จากโครงการ

ขณะที่โครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ กลุ่มตัวอย่างกว่า 50% ยังไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาได้สำเร็จ โดย 69.6% เลือกที่จะไม่เข้าโครงการนี้ และ 30.4% เข้าร่วมโครงการ แต่หลังจากการติดต่อกับภาครัฐแล้วยังไม่ได้รับการติดต่อกลับหลังจากลงทะเบียน

ส่วนโครงการประกันรายได้เกษตรกรกลุ่มตัวอย่าง 49.1% พอใจโครงการประกันราคามากกว่าโครงการรับจำนำ แต่ยังมีปัญหาเรื่องขั้นตอนยุ่งยา กระดับราคาที่ได้รับน้อยกว่าราคาประกาศ เงินที่ได้รับจากการขายล่าช้า โรงสีเข้าร่วมโครงการน้อย และมีการปฏิเสธการรับข้าวของโรงสี เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า