
คุณภาพ
เมื่อช่วงต้นปี ตอนที่ฉันไปเที่ยวอินเดีย ต้องเจอกับเหตุการณ์กระเป๋าเดินทางเจ้ากรรมทำพิษ เพราะส่วนที่ใช้สำหรับลาก เมื่อดึงขึ้นแล้ว จะเก็บลงให้เหมือนเดิมนั้นยากเย็นแสนเข็ญ
เมื่อช่วงต้นปี ตอนที่ฉันไปเที่ยวอินเดีย ต้องเจอกับเหตุการณ์กระเป๋าเดินทางเจ้ากรรมทำพิษ เพราะส่วนที่ใช้สำหรับลาก เมื่อดึงขึ้นแล้ว จะเก็บลงให้เหมือนเดิมนั้นยากเย็นแสนเข็ญ
จนทำให้เพื่อนชาวอินเดียถึงกับเอ่ยปากถามว่า.... “เนี่ยเธอ กระเป๋าเธอนะของ (ชื่อประเทศหนึ่ง) ละซิ?
ฉันตอบกลับไปทันควันว่า ปล่าวซะหน่อย (แต่แอบคิดในใจว่า แบรนด์นะไม่ใช่ ส่วนเรื่องจะผลิตที่ไหน ไม่รู้)
ความรู้สึกตอนนั้นบอกว่า ถ้าเราเป็นคนประเทศนั้น คงรู้สึกหน้าม้านไปเหมือนกัน เพราะตอนนี้คนในโลกจำนวนมากติดภาพไปแล้วว่าสินค้าของประเทศดังกล่าวเป็นสินค้าด้อยคุณภาพ ซึ่งไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนว่าจะลบความคิดและภาพดังกล่าวออกไปได้
แล้วคุณละคะ จะรู้สึกยังไง ถ้าวันหนึ่ง คนทั่วโลกมองสินค้าไทยว่าไม่มีคุณภาพ?
“คุณภาพ” เป็นคำยอดฮิตที่ฉันได้ยิน ได้อ่านบ่อยมากๆในช่วงนี้ เพราะไม่ว่าจะถามใครถึงกลยุทธ์การเจาะตลาดเพื่อนบ้าน คำๆ นึงที่จะหลุดออกมาจากปากทุกคนก็คือ “เราต้องขายคุณภาพ” อย่าพยายามไปแข่งลดราคากับคนอื่นเขาเลย เพราะเมืองไทยของเราเลย.... จุดนั้น มาแล้ว
ส่วนตัวแล้ว ฉันว่าจริงยิ่งกว่าจริง เพราะผู้บริโภคที่ไหนในโลกก็อยากซื้อของคุณภาพทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น ของดีราคาสมเหตุสมผล หรือบางคนก็พร้อมจะกระเป๋าฉีก เพื่อซื้อสินค้าคุณภาพยี่ห้อดังมาครอบครอง
ทุกวันนี้น่าภูมิใจว่า ภาพลักษณ์ของสินค้า “Made in Thailand” อยู่ในเกณฑ์ดีมาก ที่ฉันไม่จำเป็นต้องพึ่งโพลสำนักไหนมาการันตีคุณภาพ
ที่พูดแบบนี้ได้ เพราะฉันได้รู้ ได้ฟัง ได้เห็นมาด้วยตัวเอง หลังจากไปเมียนมาร์ และพูดคุยกับคนท้องถิ่นทั้งในตลาดร้านค้าทั่วไป และงานแสดงสินค้าไทย ชาวเมียนมาร์บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ชอบสินค้าไทย เพราะคุณภาพ แม้ว่าราคาจะแพงก็ตาม
ไม่ต่างจากคำบอกว่าของเจ้าของกิจการที่ยิ้มปลื้มอกปลื้มใจ เมื่อพูดถึงความนิยมของชาวเมียนมาร์ที่มีต่อสินค้าของเขา อย่างเช่น ผู้บริหารหนุ่มจาก นันยาง และผู้บริหารสาวจาก แอร์โรซอฟท์ ที่บอกว่า ชาวเมียนมาร์ ชอบสินค้าของพวกเขาและเธอเอามากๆ เพราะทนทานกว่าสินค้าแบรนด์อื่น
ความรู้สึกของชาวเมียนมาร์ ก็เหมือนๆ กับชาวเวียดนาม และชาวลาวอีกจำนวนมาก ที่ชื่นชอบและชื่นชมสินค้าแบรนด์ไทย เพราะไว้วางใจในคุณภาพเหมือนกัน และคนในประเทศเพื่อนบ้านเรือนเคียงของไทยเหล่านี้ ก็มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว
นอกจาก คุณภาพของสินค้า ที่ประเทศไทยของเราได้สร้างจุดยืนปัจจุบันไว้ได้อย่างสวยงามแล้ว อีกหนึ่ง คุณภาพ ที่ได้ยินได้ฟังบ่อยๆ ช่วงนี้ ก็คือ ภารกิจสำคัญที่ทั้งภาครัฐภาคเอกชนต้องการทำคือ การพัฒนา “คุณภาพของคน”
ณ จุดนี้ เราคงจะมองแค่เพียงคุณภาพของคนวัยทำงานในปัจจุบันเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่จะต้องมองตั้งแต่การพัฒนา เด็กและเยาวชน ที่จะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคตอนาคต ของชาติด้วย
แม้ว่าจะภูมิใจกับการขาย คุณภาพ แต่ผู้ประกอบการไทยหลายรายก็ต้องอดปวดหัวกับปัญหาลอกเลียนแบบไม่ได้ ซึ่งพวกเขาก็พยายามป้องกันอย่างที่สุด ด้วยการจดลิขสิทธิ์สินค้าที่เข้าไปทำตลาดในต่างประเทศ
บางเจ้าก็โชคดี เพราะผู้บริโภคที่ติดใจในคุณภาพยอมควักกระเป๋าจ่ายแพงกว่า จนเหล่าตัวปลอมผลิตสินค้าเลียนแบบต้องม้วนเสื่อกลับบ้านไปเอง แต่ผู้ประกอบการบางเจ้าก็ต้องน้ำตาตกเหมือนกัน เมื่อเห็นสินค้าเลียนแบบขายดีกว่าของต้นฉบับเสียอีก ซึ่งหนึ่งในผู้มีส่วนในการปลูกฝังความคิดของเด็กๆ ก็คือ ครู ที่ต้องมีคุณภาพเช่นกัน
ทุกอย่างจะไปถึงเป้าหมายนั้นได้ ก็ต้องผ่านการวางแผน กำหนดนโยบาย และการปฏิบัติตามแผนดังกล่าวอย่างเข้มข้น
ประเทศไทยของเราก็เป็นประเทศที่มีการวางแผน กำหนดนโยบาย และตั้งเป้าหมายไว้สูงเสมอ แต่อาจมีปัญหาด้านการนำไปปฏิบัติมากไปหน่อยเท่านั้นเอง
ถ้าเราสามารถนำแนวนโยบายที่เขียนไว้อย่างสวยหรูมาปฏิบัติอย่างจริงๆ จังๆ ก็น่าจะทำให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาคุณภาพของคนให้ดียิ่งขึ้น
คนคุณภาพเหล่านี้จะกลายเป็นกำลังสำคัญที่จะผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ของหลายๆ อย่าง ได้แบบไม่ยากเย็นจนเกินไปนัก
หรือหากไปไม่ถึง “ดวงจันทร์” เราก็น่าจะไปถึง “ดวงดาว” ซักดวง







