posttoday
"เมธอด โฮม"สะอาดปลอมสารพิษธุรกิจล้ำนำเทรนด์"อีโค"

"เมธอด โฮม"สะอาดปลอมสารพิษธุรกิจล้ำนำเทรนด์"อีโค"

11 กุมภาพันธ์ 2556

ว่ากันว่า ในโลกแห่งธุรกิจนั้น ผู้ประกอบการที่ดีก็ไม่ได้ต่างอะไรจาก “นักพยากรณ์” ที่มีความสามารถพิเศษในการ “มองการณ์ไกล” และวิเคราะห์ตลาดได้อย่างแม่นยำเพื่อนำพาธุรกิจให้ “ล้ำเทรนด์” อยู่เสมอ

ว่ากันว่า ในโลกแห่งธุรกิจนั้น ผู้ประกอบการที่ดีก็ไม่ได้ต่างอะไรจาก “นักพยากรณ์” ที่มีความสามารถพิเศษในการ “มองการณ์ไกล” และวิเคราะห์ตลาดได้อย่างแม่นยำเพื่อนำพาธุรกิจให้ “ล้ำเทรนด์” อยู่เสมอ

เพราะท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือดในปัจจุบัน ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของ “เทรนด์” หากธุรกิจของคุณเป็น “เจ้าแรก” ที่ได้ผุดสินค้าหรือบริการที่แปลกใหม่ออกสู่ตลาดนั้น ก็ย่อมจะมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งไม่น้อย

ดังเช่นกรณีของ อดัม ลาวรี และเอริค ไรอัน สองเพื่อนซี้ชาวอเมริกัน เจ้าของบริษัท “เมธอด โฮม” (Method Home) ผู้ผลิตอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้าน “สีเขียว” รายแรกๆ ในสหรัฐ ที่สามารถก้าวจากการเป็นเพียงธุรกิจเล็กๆ สู่บริษัทพันล้านได้ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปี

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2543 ทั้งคู่เริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสังคมอเมริกัน ซึ่งก็คือความนิยมในเทรนด์ “สีเขียว” ที่ส่อแววเติบโตอย่างรวดเร็ว

เรียกได้ว่า ในสมัยนั้นผู้คนเริ่มหันมาใส่ใจกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ระมัดระวังอาหารที่ทาน ตลอดจนเลือกใช้และสนับสนุนผลิตภัณฑ์และกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

“คนทานอาหารออร์แกนิกมากขึ้น แต่ไม่น่าเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาดบ้านยังคงมีส่วนผสมของสารเคมีอยู่เลย” ลาวรี กล่าว

งานนี้สองเพื่อนซี้จึงเล็งเห็นโอกาสทองที่จะผุดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้านสีเขียวก่อนที่กระแส “อีโค” จะบูมเสียอีก โดยจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ “เมธอด โฮม” คือ สินค้าทุกชนิดล้วนแต่ผลิตจากวัตถุดิบจากธรรมชาติ ยกตัวอย่างเช่น น้ำยาล้างมือชาเขียว สบู่ล้างจานเกรปฟรุต ตลอดจนแชมพูขิง

ปัจจุบันบริษัทประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยเมื่อปีที่ผ่านมาโกยรายได้ทะลุหลักร้อยล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3,000 ล้านบาท) ได้สำเร็จ และขณะเดียวกันยังขยับขยายกิจการสู่ต่างแดน อาทิ ตลาดแคนาดา ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น

ทว่า เส้นทางสู่ความสำเร็จไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด โดยในเบื้องต้นนั้น นักธุรกิจมือใหม่ต้องเสียเงินจำนวนมากไปกับการ “ทดลอง” ผิดๆ ถูกๆ เพื่อให้ได้ “สูตร” ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ส่วนสถานที่ทดลองนั้นก็หนีไม่พ้น “อ่างอาบน้ำ” ในอพาร์ตเมนต์ของทั้งคู่นั่นเอง

นอกจากนี้ ยังยอมควักเงินก้อนโตเพื่อใช้จ่ายด้าน “การตลาด” เช่น ตระเวนแจกตัวอย่างสินค้าตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วเมือง ตลอดจนออกแบบหีบห่อบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัยและแปลกตามากขึ้น เพื่อให้สินค้าเป็นมากกว่าแค่ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด แต่คือ “เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านชิ้นหนึ่ง”

ดังนั้น จากที่เคยมีทุนซึ่งก็คือเงินเก็บของทั้งคู่ อยู่ราว 9 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 2.7 ล้านบาท) ภายในช่วงเวลาเพียง 1 ปี เมธอด โฮม เหลือเงินในบัญชีเพียง 16 เหรียญสหรัฐ แถมยังมีหนี้บัตรเครดิตมากถึง 3 แสนเหรียญสหรัฐ

ทว่า ลาวรีและไรอันก็สามารถรอดตัวได้อย่างหวุดหวิด เนื่องจากมีนักลงทุนกลุ่มหนึ่งเล็งเห็นถึง “ความมุ่งมั่น” ของสองนักธุรกิจหนุ่ม รวมทั้ง “ศักยภาพ” ของเมธอด โฮม จึงตัดสินใจมอบทุนให้ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2544 และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา บริษัทก็ไม่เคยต้องกังวลเรื่องเงินทองอีกเลย

สองหนุ่มเผยว่า เคล็ดลับสู่ความสำเร็จนั้นมี 3 ข้อหลักๆ คือ 1.ทุ่มงบไปกับการโฆษณาอย่างเต็มที่เพื่อให้สินค้าเป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยแว่วว่าเมื่อปีที่ผ่านมาทางบริษัทยอมทุ่มเงิน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ ไปกับโฆษณาผงซักฟอกเพียงอย่างเดียว 2.เน้นความรวดเร็วในการปล่อยสินค้าตัวใหม่ๆ ออกสู่ตลาด ซึ่งเห็นได้จากการที่บริษัทใช้เวลาพัฒนาสินค้าตัวใหม่เพียงไม่กี่สัปดาห์ ต่างจากบริษัทคู่แข่งที่ใช้เวลาเป็นปี

ข้อดีของกลยุทธ์ดังกล่าวคือ ช่วยให้ลูกค้ามีตัวเลือกใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญก็คือ หากผลิตภัณฑ์ตัวใดขายไม่ออก ทางบริษัทก็สามารถเก็บสินค้าจากชั้นวางสินค้าได้ทันที

ในส่วนของกลยุทธ์ที่ 3 ซึ่งไรอันและลาวรีย้ำชัดว่า “สำคัญที่สุด” นั้น คือ “ความกล้า” ที่จะแข่งกับบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เป็นเจ้าตลาดมาเป็นเวลานาน เพราะหากธุรกิจขนาดเล็กรู้จักวางกลยุทธ์ที่ถูกต้อง ไม่ว่าอย่างไรตลาดก็ย่อมมีขนาดใหญ่พอสำหรับทุกๆ คน

“เวลาคุณวิ่งผ่านขายักษ์ คุณต้องคิดหนักเลยทีเดียวว่า คุณจะวิ่งท่าไหน และในทิศทางใด เพื่อไม่ให้ถูกเหยียบ” สองหนุ่มฝากเป็นข้อคิด

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ