posttoday
อยากลุยเออีซีต้องรู้รอบด้าน

อยากลุยเออีซีต้องรู้รอบด้าน

11 กุมภาพันธ์ 2556

การรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปลายปี 2558 กลายเป็นความหวังของผู้ประกอบการไทยทั้งรายเล็กและรายใหญ่ที่จะเข้าไปบุกตลาดขายสินค้าให้กับคน 10 ชาติสมาชิกอาเซียน ที่มีประชากรรวมกันมากกว่า 600 ล้านคน

การรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปลายปี 2558 กลายเป็นความหวังของผู้ประกอบการไทยทั้งรายเล็กและรายใหญ่ที่จะเข้าไปบุกตลาดขายสินค้าให้กับคน 10 ชาติสมาชิกอาเซียน ที่มีประชากรรวมกันมากกว่า 600 ล้านคน

ตัวเลขกำลังซื้อที่เพิ่มมากขึ้นมาหลายเท่าตัวนั้น หากประเมินเพียงผิวเผินย่อมเป็นขุมทองของผู้ประกอบการไทยที่จะขายสินค้าให้กับคนนับหลายร้อยล้านได้ไม่ยาก แต่หากเตรียมพร้อมไม่ดีพอ โอกาสที่ว่านั้นก็อาจหลุดลอยได้เช่นกัน

สมเด็จ สุสมบูรณ์ นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า การรวมตัวกันเป็นเออีซี จะทำให้ทั้ง 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนกลายเป็นตลาดเดียวกัน มีการเคลื่อนย้ายคน สินค้า และวัตถุดิบได้ง่ายขึ้น นั่นหมายถึงความต้องการสินค้าก็จะมีมากขึ้น ดังนั้นการเตรียมความพร้อมรองรับโอกาสการตลาดที่เปิดกว้าง จึงมีความสำคัญอย่างสูง

ทั้งนี้ แม้เออีซีจะเปิดกว้างมากขึ้น แต่คู่แข่งขันก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ทั้งจากผู้ประกอบการในประเทศที่เข้าไปทำตลาด ผู้ประกอบการจากประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น และผู้ประกอบการจากประเทศที่สามที่ต้องการเข้ามาเจาะตลาดในอาเซียน หากเตรียมความพร้อมไม่ดีพอ โอกาสตลาดสินค้าในประเทศที่ต้องการไปเจาะก็ยากเช่นกันผู้ประกอบการไทยจึงต้องใช้จุดแข็งที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ และยอมรับในจุดอ่อนของตนเอง เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มักไม่รู้จุดอ่อนของตนเอง ตัวอย่างเช่นผู้ประกอบการรายเล็กที่ออกไปเจาะตลาดต่างประเทศมักต้องการเจรจากับผู้นำเข้ารายใหญ่ โดยไม่ได้คำนึงถึงกำลังการผลิตสินค้าของตนเอง ทำให้การเจรจาการค้าไม่ประสบความสำเร็จ

การประเมินจุดอ่อนของตนเอง เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการไทยควรทำ เหมือนกับคำว่า “รู้เขา รู้เรา” คือ ศึกษาตลาดที่จะบุกเจาะตลาดอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะเอสเอ็มอีรายใหม่ อันดับแรกต้องศึกษากฎระเบียบของประเทศที่ต้องการเข้าไปทำการค้าอย่างละเอียดรอบคอบ ว่าประเทศนั้นกฎหมายอะไรที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของตนเองที่จะเข้าไปเจาะตลาด

2.ควรเดินทางเข้าไปศึกษาตลาดด้วยตนเอง แต่หากไม่มีเวลามากพอ ควรร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่มีโครงการจัดงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ เช่น กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือร่วมกับองค์กรของภาคเอกชน เช่น หอการค้าไทย สภาอุตสาห กรรมแห่งประเทศ (ส.อ.ท.)

3.ศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคในกลุ่มประเทศเหล่านั้น ว่ามีความต้องการบริโภคสินค้ากลุ่มใด และจะปรับสินค้าให้เข้ากับพฤติกรรมของลูกค้าประเทศนั้นได้อย่างไร เมื่อศึกษาตลาดรอบด้านแล้ว จึงประเมินศักยภาพของตนเองว่าสามารถรับได้กับกฎระเบียบของประเทศเหล่านั้น และผลิตสินค้าตามความต้องการของตลาดหรือไม่

ทั้งนี้ มองว่าไทยมีจุดแข็งในเรื่องของการผลิตสินค้าที่ได้รับการยอมรับจากประเทศในอาเซียนอยู่แล้ว โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่ กัมพูชา พม่า ลาว เวียดนาม ที่มองว่าแบรนด์สินค้าจากไทยมีคุณภาพ และการใช้กลยุทธ์ส่งเสริมการขาย จึงควรใช้จุดนี้ให้เกิดประโยชน์

สำหรับความต้องการสินค้าเป็นรายประเทศในกลุ่มอาเซียน พบว่า พม่า มีความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคทุกชนิด ซึ่งการทำการค้าสามารถเข้าไปได้ด้วยตนเอง หรือหาพันธมิตรร่วมกันทำตลาด รวมทั้งสามารถขยายการลงทุนผลิตสินค้า เพราะมีจำนวนแรงงานที่มากพอ

ขณะที่เวียดนามต้องการสินค้าอุปโภคบริโภค แต่เป็นประเทศใหญ่ มีการพัฒนาเร็ว มองว่าการเข้าไปขยายฐานการลงทุนผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปประเทศที่สามจะเหมาะกว่า

ส่วนลาวแม้มีความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคจากไทย แต่เป็นตลาดเล็กมีขนาดประชากรไม่มาก ควรจะเข้าไปตั้งโรงงานแล้วส่งออกไปขายประเทศที่สามเช่นเดียวกัน ส่วนกัมพูชาต้องการสินค้าประเภทอุปโภคบริโภค สามารถเข้าไปค้าขายได้ด้วยตนเอง รวมถึงหาพันธมิตรเข้าไปลงทุนได้

ด้านสิงคโปร์นั้นมีความสามารถด้านเทคโนโลยี การเงิน และบริการ ไทยควรใช้ประโยชน์จุดนี้ในการดึงนักลงทุนสิงคโปร์มาเป็นพันธมิตรในการทำธุรกิจ อินโดนีเซียเป็นตลาดที่น่าสนใจจากจำนวนประชากรที่มีมาก ซึ่งยังมีความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าแฟชั่น เครื่องใช้ไฟฟ้า

ส่วนมาเลเซียควรหาพันธมิตรทำธุรกิจยางพารา รถยนต์และส่วนประกอบ และส่งออกไปประเทศที่สาม ฟิลิปปินส์มีโอกาสด้านธุรกิจยานยนต์และส่วนประกอบ และอาหารสำเร็จรูป

สมเด็จ กล่าวทิ้งท้ายว่า การเปิดเออีซีจะเป็นไปตามแผนปลายปี 2558 และจะไม่เลื่อน เพราะอาเซียนได้มีการพัฒนา เปิดตลาดสินค้า บริการ และการลงทุนมาในระดับหนึ่งแล้ว ดังนั้นจึงเหลืองานที่จะเร่งรัดให้ได้ตามแผนอีกไม่มาก อีกทั้งหากเลื่อนจากกำหนดเดิม อาจทำให้อาเซียนแข่งขันกับประเทศนอกอาเซียนได้ช้าลง ภายใต้สถานการณ์การค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงไปทุกวัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท