
รื้อเส้นทางท่อขนส่งน้ำมัน
สั่งต่อสายตรงจากระยองขึ้นเหนืออีสานลุ้นผลักดันโครงการเดินหน้าเร็วขึ้น
สั่งต่อสายตรงจากระยองขึ้นเหนืออีสานลุ้นผลักดันโครงการเดินหน้าเร็วขึ้น
พลังงานสั่งเร่งทบทวนโครงการท่อน้ำมันเหนืออีสานปรับเส้นทางใหม่ เมินใช้ท่อแทปไลน์
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เร่งรัดให้กรมธุรกิจพลังงานปรับเส้นทางการวางท่อน้ำมันใหม่ในโครงการลงทุนท่อขนส่งน้ำมันไปยังภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) เพื่อให้เกิดความรวดเร็วมากขึ้น
ทั้งนี้ ต้องการให้วางท่อน้ำมันตรงจากโรงกลั่นน้ำมัน จ.ระยอง ไปตามเส้นทางกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี นครราชสีมา และขอนแก่น ซึ่งจะเป็นท่อส่งน้ำมันภาคอีสาน สำหรับเส้นทางภาคเหนือ เริ่มจากโรงกลั่นน้ำมันระยองไปตามเส้นทางเดียวกันภาคอีสานแยกไปที่สระบุรี นครสวรรค์ และพิษณุโลก ซึ่งการวางท่อลักษณะดังกล่าวไม่จำเป็นต้องไปเชื่อมกับท่อน้ำมันของบริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย (แทปไลน์) ที่ จ.สระบุรี
“ผมไม่ให้รอการเจรจากับแทปไลน์เรื่องการร่วมทุนกับโครงการนี้ เพราะยังไม่ได้ข้อสรุป ใช้เวลานานเกินไป จึงให้ไปปรับใหม่วางท่อเองจากโรงกลั่นระยอง ส่วนเรื่องเงินลงทุนน่าจะใช้อยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท มีหลายแนวทางที่คิดกันไว้ไม่ใช่ปัญหา” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว
นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลต้องการแก้ปัญหาราคาน้ำมันที่มีความแตกต่างกันระหว่างกรุงเทพมหานคร (กทม.) และต่างจังหวัด ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรม ทั้งๆ ที่มีแหล่งน้ำมันมาจากที่เดียวกัน จึงต้องการผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้น
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า การปรับเส้นทางท่อขนส่งน้ำมันครั้งนี้อาจทำให้มีเงินลงทุนเพิ่มขึ้นที่ระดับ 2 หมื่นล้านบาท จากเดิมจะใช้เงินประมาณ 1.61.7 หมื่นล้านบาท เนื่องจากต้องวางท่อจากโรงกลั่นระยองแยกไปเหนือและอีสาน
ด้านรูปแบบการลงทุน เบื้องต้นภาครัฐจะเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด แต่แหล่งที่มาของเงินนั้นกำลังพิจารณาหลายรูปแบบ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยศึกษาไว้ 3 รูปแบบ คือ 1.รัฐไปร่วมทุนกับบริษัทแทปไลน์ 2.บริษัทแทปไลน์ลงทุนเองทั้งหมด และ 3.ตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน
สำหรับแนวทางการลงทุนที่เป็นไปได้ตอนนี้จะเป็นลักษณะของการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน หรือการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เนื่องจากเป็นเครื่องมือการลงทุนที่มีต้นทุนต่ำทำให้มีภาระค่าผ่านท่อต่ำ ส่วนจะมีแทปไลน์เข้ามาร่วมทุนหรือไม่ยังไม่ยืนยันเพราะอยู่ระหว่างการศึกษา
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายสำคัญของโครงการท่อขนส่งน้ำมันครั้งนี้ เพราะต้องการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายการขนส่งน้ำมันโดยหันมาขนส่งน้ำมันทางท่อแทน ซึ่งอนาคตจะทำให้คนต่างจังหวัดได้ใช้ราคาน้ำมันเดียวกันกับใน กทม. ซึ่งจะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจภาคเหนือและอีสาน
นอกจากนี้ ยังเป็นการสนับสนุนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคงด้านพลังงานในภูมิภาค เนื่องจากการใช้น้ำมันในภาคอีสานมีการขยายตัวสูงสุด 5.7% และสามารถใช้ประโยชน์จากคลังแนวท่อเพื่อเป็นแหล่งสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ของประเทศได้ รวมทั้งลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุบนท้องถนนด้วย







