
เร่ง กอน.จ่ายค่าอ้อยเพิ่ม
นายชัยวัฒน์ คำแก่นคูณ นายกสมาคมกลุ่มชาวไร่อ้อยน้ำพอง จ.ขอนแก่น เผยว่า ขณะนี้ชาวไร่อ้อยต้องการให้คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) เร่งพิจารณาเงินเพิ่มค่าอ้อยราคา 250 บาทต่อตันอ้อยเสนอต่อกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติกู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ราว 2 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในการจ่ายเงินเพิ่มค่าอ้อยที่มีต้นทุนเพิ่มขึ้น
นายชัยวัฒน์ คำแก่นคูณ นายกสมาคมกลุ่มชาวไร่อ้อยน้ำพอง จ.ขอนแก่น เผยว่า ขณะนี้ชาวไร่อ้อยต้องการให้คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) เร่งพิจารณาเงินเพิ่มค่าอ้อยราคา 250 บาทต่อตันอ้อยเสนอต่อกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติกู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ราว 2 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในการจ่ายเงินเพิ่มค่าอ้อยที่มีต้นทุนเพิ่มขึ้น
ภาระหนี้ดังกล่าวกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายสามารถบริหารจัดการได้ โดยนำเงินจากราคาขายน้ำตาลทราย 5 บาทต่อกิโลกรัมมาชำระหนี้ ซึ่งที่ผ่านมาก็สามารถใช้สภาพคล่องจากส่วนดังกล่าวชำระหนี้ได้ดี โดยเฉพาะวงเงินกู้เพิ่มค่าอ้อยฤดูการผลิต 2554/2555 รวม 1.5 หมื่นล้านจะหมดเดือนมี.ค.เม.ย. 2556 นี้
ปัจจุบันชาวไร่แถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางตอนบน เริ่มปลูกอ้อยฤดูใหม่ปี 2556/2557 จำเป็นต้องมีเงินสำหรับลงทุน ซึ่งปกติทุกปีการพิจารณาและอนุมัติเงินเพิ่มค่าอ้อยดำเนินการในช่วงนี้ หาก กอน.พิจารณาล่าช้าอาจทำให้ชาวไร่เดือดร้อนเพราะขาดสภาพคล่อง
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า เงินส่วนเพิ่ม 250 บาทต่อตันอ้อยสำหรับอ้อยที่เข้าสู่การผลิตฤดูกาล2555/2556 ที่เสนอนั้น มาจากการที่ กอน. ได้กำหนดราคาอ้อยขั้นต้นเพื่อเสนอต่อ ครม. ในราคา 950 บาทต่อตันอ้อยแต่ปรากฏว่าต้นทุนการผลิตจริงของชาวไร่อยู่ที่ 1,196.3 บาทต่อตันอ้อย
เพิ่มขึ้นจากปัจจัยต่างๆ โดยเฉพาะราคาปุ๋ย และค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน นอกจากนี้การเพาะปลูกยังเจอกับปัญหาภัยแล้งที่กระทบต่อผลผลิตอ้อยทั้งปีให้เหลือประมาณ 90 ล้านตัน ลดจากฤดูกาลก่อนหน้าที่ 97 ล้านตัน ผลผลิตน้ำตาลต่ออ้อยที่ขณะนี้พบว่า 1 ไร่ผลิตน้ำตาลได้ลดลง 7 ก.ก. ค่าความหวานลดลงเหลือ 11 ซีซีเอส ขณะที่ราคาขายน้ำตาลในตลาดโลกก็ปรับตัวลดลง
นายอาทิตย์ วุฒิคะโร รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย กล่าวว่า การพิจารณาเงินเพิ่มค่าอ้อยนั้นคงต้องพิจารณาถึงระดับราคาที่เหมาะสม รวมถึงฐานะของกองทุนฯด้วยว่าสามารถรองรับได้มากน้อยเพียงใด
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด กอน. ยังไม่ได้หารือเกี่ยวกับเกี่ยวกับการกู้ยืมเพื่อจ่ายส่วนเพิ่มค่าอ้อยให้แก่เกษตรกรในฤดูกาล 2555/2556 เนื่องจากต้องรอให้มีความชัดเจนเกี่ยวกับราคาอ้อยขั้นต้น ทั้งนี้ หากที่สุดมีข้อสรุปว่าต้องจ่ายส่วนเพิ่ม กองทุนฯ ก็ต้องมีการกำหนดแหล่งทุนอีกครั้งว่าจะมาจากที่ไหน อาจจะเป็นการกู้หรือจากสภาพคล่องที่ได้จากการปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำตาลทราย 5 บาทต่อ ก.ก.ในช่วงก่อนหน้านี้
“หากต้องกู้เพิ่มทางเจ้าหนี้คงให้เราทำแผนใหม่ว่าเรามีขีดความสามารถในการชำระแค่ไหน” นายอาทิตย์ กล่าว
นายอาทิตย์ กล่าวว่า ฐานะกองทุนฯ ในปัจจุบันมีหนี้คงค้างที่เกิดจากการกู้ยืมในการจ่ายส่วนเพิ่มราคาอ้อยให้เกษตรกรฤดูกาล 2554/2555 ในสัดส่วน 154 บาทต่อตัน ที่ต้องชำระกับ ธกส. 1,400 ล้านบาท ทั้งนี้ หากไม่มีการกู้เพิ่มเติม ตามกำหนดการเดิมจะต้องชำระหนี้ทั้ง 1,400 ล้านบาทหมดและฐานะกองทุนฯ กลับมาเป็นบวกได้ในสิ้นเดือนมี.ค. 2556 นี้







