posttoday
ธนาคารกรุงศรีอยุธยาตั้งเป้าอาร์โออีน้อยลง

ธนาคารกรุงศรีอยุธยาตั้งเป้าอาร์โออีน้อยลง

11 กุมภาพันธ์ 2556

“เจนิส แวน เอ็กเคอเรน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ BAY แถลงทิศทางธนาคารครั้งแรกเมื่อปลายเดือน ม.ค. ภายหลังขึ้นมาเป็นผู้นำธนาคารที่มีสินทรัพย์อันดับ 5 ของธนาคารพาณิชย์ไทย

“เจนิส แวน เอ็กเคอเรน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ BAY แถลงทิศทางธนาคารครั้งแรกเมื่อปลายเดือน ม.ค. ภายหลังขึ้นมาเป็นผู้นำธนาคารที่มีสินทรัพย์อันดับ 5 ของธนาคารพาณิชย์ไทย

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ ยังคงเป้าหมายที่จะสร้างผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (อาร์โออี) เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปีนี้ตั้งเป้าประมาณ 15% จากปีก่อนที่ทำได้ 13% รวมทั้งยังต้องการที่จะทำกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นให้ติดอันดับ 1 ใน 3 ของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย

แม้เธอยืนยันว่าเป้าหมายไม่มีการเปลี่ยนแปลง คือ ต้องการเป็น 1 ใน 3 อันดับแรกของธนาคารพาณิชย์ไทยในด้านอาร์โออี เป้าหมายเดียวกับธนาคารกรุงศรีอยุธยาภายใต้การบริหารงานของผู้นำภายใต้จีอี 2 ยุคที่ผ่านมา ทั้ง “ตัน คองคูน” และ “มาร์ค อาร์โนลด์” แต่เป้าหมายตัวเลขอาร์โออีกลับลดลงจากที่ทั้ง 2 ยุคเคยคาดการณ์ไว้ 20% ในปี 2553 ตามที่ “ตัน คองคูน” คาดหวังไว้แต่ไม่สำเร็จ ทำได้เพียง 9.2%

ก่อนลาออกไปจาก BAY “อาร์โนลด์” ผู้นำยุคที่ 2 เคยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะสามารถผลักดันอาร์โออีของธนาคารให้ได้อันดับ 3 ในอัตรา 20% ในปี 2556 แต่เมื่อจีอีขายหุ้นออกไปบางส่วน และเหลือหุ้นใหญ่ธนาคารไว้เพียง 25% “อาร์โนลด์” ก็ลาออกกลางคัน ทิ้งเป้าหมายไว้ให้ “เจนิส” นำพาธนาคารต่อไป

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายอาร์โออีอันดับ 3 นั้น ก็ยากจะบรรลุในปีนี้ หากใช้กลยุทธ์กำไรจากผลการดำเนินงานปกติ ไม่ใช่การซื้อกิจการเพื่อรวมกำไรเข้ามาทันที

นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ได้คาดหมายอาร์โออีของระบบธนาคารปี 2556 พบว่า BAY จะมีอาร์โออีปีนี้เพียง 14% เป็นอันดับ 5 รองจากบริษัท ทิสโก้ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (TISCO) KBANK SCB และบริษัท ทุนธนชาต (TCAP) ตามลำดับ

ธนาคารกรุงศรีอยุธยาช่วง 5 ปีที่จีอีถือหุ้นใหญ่นั้น รุกซื้อกิจการอย่างหนักโดยการรุกสินเชื่อเพื่อการบริโภค เช่นเดียวกับธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และธนาคารทิสโก้ (TISCO) โดยสินเชื่อดังกล่าวมีการเติบโตสูงตามการบริโภคในประเทศ และการแข่งขันนั้นทวีความเข้มข้นตามไปด้วย

จีอี ธุรกิจสัญชาติอเมริกันทุ่มเงินซื้อกิจการธุรกิจเพื่อรายย่อยอย่างหนัก เพื่อเพิ่มผลกำไรอย่างรวดเร็ว แต่ปรากฏว่าความสามารถในการทำกำไรกลับไม่พุ่งพรวดติดจรวดดังคาด ตรงกันข้ามกับราคาหุ้น BAY

สุดท้ายต้องตัดสินใจขายหุ้นออกไป 7.6% ให้นักลงทุนสถาบันเพื่อทำกำไรออกมาบางส่วน จนปัจจุบันถือหุ้น BAY อยู่ 25% และยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด

อย่างไรก็ตาม จีอียังไม่การันตีว่าจะขายหุ้นออกหมดหรือไม่ในระยะยาว โดยหากจะขายก็จะขายทั้งจำนวน ก่อนที่จะแต่งตั้ง “เจนิส” ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน ที่ฝังตัวทำงานในธนาคารนับตั้งแต่จีอีเข้ามาซื้อกิจการ BAY

นับตั้งแต่จีอีขายหุ้นออกไป ทำให้ราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาไม่ตอบสนองต่อปัจจัยพื้นฐานเลย เป็นเพราะ BAY ยังอยู่ในระหว่างการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น ดังนั้นจุดสนใจจึงอยู่ที่พันธมิตรใหม่และราคาที่จะซื้อขาย

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน