
ไขข้อข้องใจภาษีสามี ภรรยา เกณฑ์ใฟใหม่
ครั้งที่แล้ว เราได้คุยกันถึงข้อสังเกตจากมาตรา 57 ฉ เฉพาะวรรค 2 ไปแล้ว วันนี้เราจะมาคุยกันถึงความหมายของวรรค 3 ซึ่งบอกว่า
ครั้งที่แล้ว เราได้คุยกันถึงข้อสังเกตจากมาตรา 57 ฉ เฉพาะวรรค 2 ไปแล้ว วันนี้เราจะมาคุยกันถึงความหมายของวรรค 3 ซึ่งบอกว่า
สามีและภริยาจะตกลงยื่นรายการและเสียภาษีรวมกัน โดยให้ถือเอาเงินได้พึงประเมินของตนเป็นเงินได้ของสามีหรือภริยาอีกฝ่ายหนึ่งก็ได้ หรือจะแยกยื่นรายการและเสียภาษีเฉพาะส่วนที่เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) โดยมิให้ถือเอาเป็นเงินได้ของอีกฝ่ายหนึ่งก็ได้ แต่ถ้ามีภาษีค้างชำระ สามีและภริยาต้องร่วมรับผิดในการเสียภาษีที่ค้างชำระนั้น
จากหลักเกณฑ์ดังกล่าว หมายความว่า สามีและภริยาอาจเลือกยื่นรายการและเสียภาษีโดยเลือกเอาเงินได้ทุกรายการไปรวมกันและยื่นเสียภาษีในนามของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือจะเลือกแยกเฉพาะเงินได้ตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ยื่นรายการและเสียภาษีในนามของตนเองก็ได้ ดังนี้ ทำให้การยื่นภาษีสามี ภริยา ในปีนี้สามารถยื่นได้ทั้งหมด 5 วิธี ดังนี้
1.สามีและภริยาต่างคนต่างยื่นเงินได้ของตนเอง
2.สามี เอาเงินได้ทุกรายการไปยื่นภาษีในนามภริยา
3.ภริยาเอาเงินได้ทุกรายการไปยื่นภาษีในนามภริยา
4.สามี เอาเงินได้ทุกรายการไปยื่นภาษีในนามภริยา ยกเว้นเฉพาะเงินได้ตามมาตรา 40 (1)
5.ภริยาเอาเงินได้ทุกรายการไปยื่นภาษีในนามสามี ยกเว้นเฉพาะเงินได้ตามมาตรา 40 (1)
ข้อแตกต่างสำคัญระหว่างการแยกยื่น 100% กับการยื่นรวม ไม่ว่ายื่นรวม 100% หรือยื่นรวมแต่ยกเว้นเงินได้มาตรา 40 (1) ก็คือ ถ้ามีภาษีค้างชำระ กรณีแยกยื่น 100% ใครค้าง คนนั้นรับผิดในการเสียภาษีที่ค้างชำระนั้น แต่ถ้าเป็นกรณียื่นรวมไม่ว่ายื่นรวมแบบไหน ถ้ามีภาษีค้างชำระ ทั้งสามีและภริยาต้องร่วมรับผิดในการเสียภาษีค้างชำระนั้น เหมือนหลักเกณฑ์เดิมที่กำหนดให้ภริยานำเงินได้ไปยื่นภาษีในนามสามี หากสามีค้างชำระ สามีและภริยาต้องร่วมรับผิด
คำถามถัดมาก็คือ หากสามีหรือภริยาจะเลือกแยกยื่นเงินได้บางรายการที่ไม่ใช่เงินได้ตามมาตรา 40 (1) ได้หรือไม่ ตัวอย่างเช่น สามีมีเงินเดือนซึ่งเป็นเงินได้ 40 (1) 1 ล้านบาท และมีค่าเช่าซึ่งเป็นเงินได้ 40 (5) 5 แสนบาท จะเอาเงินเดือนยื่นในชื่อภริยา และแยกยื่นค่าเช่าในชื่อตนเอง กรณีนี้ไม่สามารถทำได้ เพราะมาตรา 57 ฉ วรรค 3 กำหนดว่ากรณียื่นรวมแต่ต้องการแยกยื่นบางรายการ ให้แยกยื่นได้เฉพาะเงินได้มาตรา 40 (1) เท่านั้น
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ วรรคสุดท้าย ของมาตรา 57 ฉ ที่ว่า
เมื่อได้เลือกยื่นรายการตามวรรคสองและวรรคสามในปีภาษีใดแล้ว ให้ถือว่าเป็นวิธีการยื่นรายการสำหรับปีภาษีนั้นตลอดไป เว้นแต่อธิบดีจะอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงวิธีการเลือกยื่นรายการดังกล่าว
หมายความว่า
1.ถ้าแบ่งสัดส่วนรายได้ระหว่างสามี ภริยา เป็นเท่าไรก็ตาม ก็ต้องใช้สัดส่วนนั้นตลอดปีภาษีนั้นตามวรรค 2 (ได้กล่าวไปแล้วในบทความครั้งที่แล้ว)
2.ถ้าเลือกรูปแบบการยื่นภาษีแบบไหน ก็ต้องใช้แบบนั้นตลอดปีภาษีนั้นตามวรรค 3 กรณีนี้จะมีประเด็นสำหรับเงินได้มาตรา 40 (5) (6) (7) หรือ (8) แห่งประมวลรัษฎากร ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี ภ.ง.ด.94 ที่ตามหลักเกณฑ์เดิม หากความเป็นสามี ภริยา ไม่ได้มีอยู่ตลอดปีภาษี สามี ภริยา สามารถแยกยื่น 100% ได้ ดังนั้น ตามหลักเกณฑ์เดิม ส่วนใหญ่หากภริยามีเงินได้มาตรา 40 (5) (6) (7) หรือ (8) ก็มักจะยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี ภ.ง.ด.94 ในชื่อตนเอง แล้วค่อยมายื่นรวมในชื่อสามีตอนยื่น ภ.ง.ด.90 เพราะไม่แน่นอนว่า ความเป็นสามี ภริยา จะอยู่ตลอดปีภาษีหรือไม่ เช่น อาจหย่ากันก็ได้ แต่ตามหลักเกณฑ์ใหม่ หากภริยาแยกยื่นตอน ภ.ง.ด.94 แล้ว ตอนยื่น ภ.ง.ด.90 ก็ต้องแยกยื่นด้วย ถ้าอยากจะยื่นรวม ก็ต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรก่อน
ในทางกลับกัน อีกประเด็นที่น่าสนใจ ถ้าสามี ภริยา ยื่นรวม ตอนยื่นภาษีเงินได้ครึ่งปีตามแบบ ภ.ง.ด.94 เกิดในช่วงครึ่งปีหลัง เกิดหย่ากันจริงๆ ตอนยื่นภาษีแบบ ภ.ง.ด.90 จะต้องยื่นรวมเหมือน ภ.ง.ด.94 หรือไม่ คำตอบคือ ใช่ครับ ต้องยื่นรวมเหมือน ภ.ง.ด.94 เพราะตามวรรคสุดท้ายกำหนดว่า เมื่อได้เลือกยื่นรายการตามวรรคสองและวรรคสามในปีภาษีใดแล้ว ให้ถือว่าเป็นวิธีการยื่นรายการสำหรับปีภาษีนั้นตลอดไป เว้นแต่อธิบดีจะอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงวิธีการเลือกยื่นรายการดังกล่าว ดังนั้น ถ้าอยากแยกยื่นเพราะไม่อยากทำธุรกรรมร่วมกันอีกแล้ว ก็ทำเรื่องขออนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรครับ คาดว่าท่านอธิบดีคงอนุมัติอยู่แล้วครับ
ติดตามตอนต่อไปเรื่องการหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนมาว่ามีการเปลี่ยนแปลงจากหลักเกณฑ์เดิมหรือไม่ อย่างไร
สำหรับผู้สนใจต้องการที่ปรึกษาทางการเงิน สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ฝ่ายธนบดีธนกิจ ธนาคารเกียรตินาคิน โทร. 02-680-3333







