posttoday
ตลาดหุ้นเริ่มชะลอ หลังวิ่งมายาว

ตลาดหุ้นเริ่มชะลอ หลังวิ่งมายาว

11 กุมภาพันธ์ 2556

ตลาดหุ้นไทยเริ่มชะลอ หลังวิ่งมายาว ท่ามกลางความเสี่ยงทางการเมืองที่สูงขึ้นในอิตาลีและสเปน รวมถึงปัญหาหน้าผาการคลังของสหรัฐที่ใกล้เส้นตาย 1 มี.ค.นี้

ตลาดหุ้นไทยเริ่มชะลอ หลังวิ่งมายาว ท่ามกลางความเสี่ยงทางการเมืองที่สูงขึ้นในอิตาลีและสเปน รวมถึงปัญหาหน้าผาการคลังของสหรัฐที่ใกล้เส้นตาย 1 มี.ค.นี้

ความเชื่อมั่นต่ออิตาลีถูกเขย่าอีกครั้ง หลังอดีตนายกรัฐมนตรีซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี ผู้อื้อฉาวมีคะแนนนิยมดีขึ้นมาก ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2425 ก.พ. เนื่องจากเกรงว่า หากเขากลับมาเป็นนายกฯ การปฏิรูปเศรษฐกิจการเงินอิตาลีอาจชะงักงัน

ส่วนต่างระหว่างบอนด์ยีลด์ 10 ปีของอิตาลีกับเยอรมนี ถ่างออกเป็น 3% สะท้อนค่าชดเชยความเสี่ยงหากต้องลงทุนในพันธบัตรอิตาลี

ความเสี่ยงทางการเมืองในสเปนพุ่งสูงขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังนายกฯ สเปนถูกสื่อกล่าวหาเรื่องทุจริต ก่อนหน้านั้นรัฐมนตรีคลังจากพรรคเดียวกันถูกตรวจพบว่า มีเงินฝากในธนาคารที่สวิตเซอร์แลนด์สูงถึง 22 ล้านยูโร ซึ่งเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวพันกับกรณีทุจริต “Caso Gurtel”

นายกฯ สเปนได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาได้เปิดเผยข้อมูลรายได้และการเสียภาษีของตัวเองบนเว็บไซต์ของรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาข่าวอื้อฉาวในเรื่องการทุจริต คงต้องติดตามต่อไปว่า ข้อมูลนี้จะช่วยลดความสงสัยเกี่ยวกับตัวเขาได้มากน้อยแค่ไหน

ความเสี่ยงทางการเมืองในอิตาลีและสเปนที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 และ 4 ในยูโรโซน หากบานปลายอาจฉุดความเชื่อมั่นต่อยูโรโซนรอบใหม่

ปัญหาหน้าผาการคลังสหรัฐ ใกล้เส้นตาย 1 มี.ค. แต่ยังมีความคืบหน้าน้อยมาก ทั้งนี้ หากสหรัฐไม่สามารถแก้ปัญหาความยุ่งยากในการเจรจาเรื่องงบประมาณก่อนเส้นตาย จะเกิดการตัดงบประมาณค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนและการป้องกันประเทศลงโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะมีผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจสหรัฐ โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าอาจทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐลดลง 0.6% จากการคาดการณ์โดยทั่วไปที่ 2% ในปีนี้

อย่างไรก็ดี ปัจจัยบวกที่หนุนตลาดหุ้นยังอยู่ครบ

ประการแรก เศรษฐกิจโลกยังแสดงสัญญาณฟื้นตัวออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกาและจีนที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ

สหรัฐรายงานยอดขาดดุลการค้าเดือน ธ.ค. ลดลง 20.7% มาอยู่ที่ 3.85 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จาก 4.86 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในเดือน พ.ย. และร่วงลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 4.55 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ข้อมูลนี้บ่งชี้ว่า สหรัฐอาจทบทวนจีดีพีไตรมาส 4/2555 เป็นขยายตัว จากที่หดตัวลง 0.1% ในการรายงานตัวเลขประมาณการครั้งแรกเมื่อปลายเดือนก่อน

จีนเผยในเดือน ม.ค. ยอดส่งออกขยายตัว 25% และยอดนำเข้าปรับขึ้น 28.8% ส่งผลให้จีนมียอดเกินดุลการค้าต่างประเทศลดลงมาอยู่ที่ 2.92 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในเดือน ม.ค. จาก 3.16 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว ข้อมูลการค้าที่แข็งแกร่งเกินคาดส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจจีนซึ่งมีขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลกกำลังขยายตัวดีขึ้น

ขณะเดียวกันยอดเกินดุลการค้าของเยอรมนีในปี 2555 อยู่ที่ 1.881 แสนล้านยูโร ทะยานขึ้นทำสถิติสูงสุดอันดับ 2 ในรอบกว่า 60 ปี สะท้อนว่าประเทศเศรษฐกิจใหญ่สุดของยุโรปสามารถตั้งรับวิกฤตในภูมิภาคได้ดี ตลอดปี 2555 มูลค่าการส่งออกขยายตัว 3.4% แตะ 1.097 ล้านล้านยูโร เป็นสถิติใหม่ ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 0.7% สู่ระดับ 9.092 แสนล้านยูโร ซึ่งเป็นระดับที่สูงเป็นประวัติการณ์เช่นกัน

ประการที่ 2 สภาพคล่องในระบบการเงินโลกท่วมท้น อันเป็นผลพวงจากการที่ธนาคารกลางสำคัญยังคงมาตรการอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ

สัปดาห์ก่อน ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น ประกาศลาออกจากตำแหน่งก่อนครบเทอม 3 สัปดาห์ เพื่อเปิดทางคนใหม่ให้เข้ามาสนองนโยบายรัฐบาล ทำ QE เพิ่มเติม

ประการที่ 3 แผนลงทุนเมกะโปรเจกต์ 2 ล้านล้านบาท เริ่มมีความคืบหน้า แผนนี้จะกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวเกิน 5.5% ต่อปีในช่วง 25572563 เทียบกับราว 4.5% หากไม่มีโครงการนี้

เมกะโปรเจกต์ที่เน้นระบบรางนี้ 1) จะช่วยเพิ่มปริมาณการค้า การลงทุน ตลอดจนการท่องเที่ยว 2) เพิ่มการเชื่อมโยงไทยกับประเทศในภูมิภาค 3) ลดต้นทุนโลจิสติกส์ ตลอดจนลดการใช้พลังงาน

ในภาพรวมโครงการนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ วัฏจักรขาขึ้นรอบยักษ์สำหรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง เป็นกลุ่มต้นๆ ที่ได้ประโยชน์ ดังจะเห็นได้จากราคาหุ้นเหล่านี้วิ่งขึ้นเป็นเท่าตัวในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จนหลายตัวเริ่มแพง

ในระยะปานกลางยาว หุ้นที่เกี่ยวข้องกับกำลังซื้อในประเทศจะได้ประโยชน์จากกำลังซื้อในภาพรวมที่เติบโตเร็วขึ้นตามเศรษฐกิจ ต้นทุนด้านโลจิสติกส์ที่ลดลง การขยายตัวของความเป็นเมืองและกลุ่มคนชั้นกลาง หุ้นที่อยู่ในข่ายนี้ได้แก่ AOT, BGH, BTS, CPALL, GLOBAL, INTUCH, JAS, VGI เป็นต้น

หลังจากวิ่งขึ้นมายาว การปรับฐานของตลาดหุ้นเป็นสิ่งที่สามารถคาดหมายได้ แต่สภาพคล่องในระบบการเงินโลกยังอยู่ในเกณฑ์สูง ขณะที่มีสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นออกมามากขึ้น จะกระตุ้นให้เกิดการปรับพอร์ตลดตราสารหนี้ และเพิ่มหุ้น

ในส่วนของบ้านเรา ความคืบหน้าของเมกะโปรเจกต์ 2 ล้านล้านบาท นอกจากจะเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจแล้ว จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว การปรับตัวของตลาดหุ้นรอบนี้จึงไม่น่าจะลึกมากนัก มองเป็นโอกาสของการทยอยซื้อสะสม ตามแนวรับสำคัญๆ

พบกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดีครับ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน