posttoday
กรณ์มั่นใจคุมคลัง9ปี

กรณ์มั่นใจคุมคลัง9ปี

02 เมษายน 2553

 

ลุ้นเลือกตั้งกลับมา/คุยมาร์คสุดยอด

โพสต์ทูเดย์ — กรณ์ตีปี๊บผลงานเศรษฐกิจรัฐบาลดีกว่าทักษิณ เตรียมวางแผนอยู่ยาว 9 ปี

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ตั้งเป้าจะเป็นรัฐบาลและเป็น รมว.คลัง บริหารเศรษฐกิจของประเทศอีก 9 ปี โดยมีการวางแผนบริหารเศรษฐกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาว การแก้ไขปัญหามาบตาพุด การแก้ไขหนี้นอกระบบ ผลักดันกฎหมายทางการเงินต่างๆ และการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศผ่านโครงการไทยเข้มแข็ง

“หาก 9 เดือนมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ หลังจากนั้นผมกลับมาเป็น รมว.คลัง อีก 4 ปี แน่นอน รวมแล้วผมเป็น รมว.คลัง ได้ 5 ปี ผมก็อายุ 51 ปี ผมก็มีอีก 4 ปี ที่จะเป็น รมว.คลัง อีกสมัย ซึ่งจะเป็นจนอายุครบ 55 ปี แล้วก็จะหยุดเล่นการเมือง ดังนั้นโดยรวมผมก็วางแผนบริหารเศรษฐกิจอยู่ประมาณ 9 ปี” รมว.คลัง กล่าว

ทั้งนี้ ได้หารือกับ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ประธานกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังระบุว่าไม่ควรวางแผนเศรษฐกิจแค่ 9 ปี ต้องวางถึง 20 ปี

นายกรณ์ กล่าวว่า ข้อเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาภายใน 3 เดือน ถือว่าไม่มีเหตุผล โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงชัดเจนว่าทำไมต้อง 9 เดือน ถึงยุบสภา ไม่ใช่มาต่อรองกันว่า 3 เดือนยุบก็ได้ เพราะเป็นเรื่องบ้านเมือง การตัดสินใจดำเนินการอะไรต้องให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่เหลือการทำงานของรัฐบาลสมัยนี้ คลังต้องเร่งการเบิกจ่ายงบไทยเข้มแข็งจากการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) และพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กู้เงิน และการจัดทำงบประมาณปี 2554 ผลักดัน พ.ร.บ.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้ไปไกลที่สุด โดยจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลังสงกรานต์

นอกจากนี้ ต้องปฏิรูป สัมปทานโทรคมนาคมให้ชัดเจน และการจัดระบบไมโครไฟแนนซ์ให้ประชาชนรากหญ้าแก้ไขหนี้นอกระบบในระยะยาว

นายกรณ์ กล่าวว่า การยุบสภาในช่วงนี้จะส่งผลกระทบกับการตัดสินใจของนักลงทุน เพราะที่ผ่านมานักลงทุนแสดงท่าทีชัดเจนว่าจังหวะนี้ยังไม่เหมาะสมที่จะยุบสภา นักลงทุนอยากให้โอกาสรัฐบาลทำงาน แต่ไม่ได้หมายความว่านักลงทุนเลือกข้าง แค่นักลงทุนต้องการให้รัฐบาลทำงานให้กับประเทศ ซึ่งรัฐบาลก็พร้อมทำหน้าที่ทำตามความต้องการให้กับภาคธุรกิจและเศรษฐกิจโดยรวม

กรณ์โชว์อภิสิทธิ์เจ๋งกว่าทักษิณ

นายกรณ์ กล่าวว่า การบริการงานเศรษฐกิจของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำได้ดีกว่ารัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อดูจากตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่นักวิเคราะห์ต่างประเทศได้ทำขึ้น พบว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เริ่มนับตั้งแต่จุดต่ำสุดของรัฐบาลอภิสิทธิ์เข้ามาบริหารประเทศ ในไตรมาสแรกปี 2552 จนถึงปัจจุบัน มีการขยายตัวได้สูงถึง 10.2% ต่อปี ขยายตัวได้เป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากประเทศจีน มาเลเซีย และไต้หวัน ขณะที่การบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลทักษิณ ที่วัดจากจากจุดต่ำสุดในปี 2544 ที่เข้ามาบริหารประเทศ มีการขยายตัวเพียง 2% ต่อปี

นอกจากนี้ ยังมีดัชนีด้านตลาดหุ้นและรายได้เกษตรกรที่ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ทำได้ดีกว่า โดยดัชนีตลาดหุ้นไทยขึ้น 77% สูงมากเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นโลกขึ้นแค่ 30%ทั้งนี้เมื่อเทียบดัชนีตลาดหุ้นของรัฐบาลอภิสิทธิ์ กับ รัฐบาลทักษิณ ที่นับระยะเวลาการทำงานเท่ากันนับตั้งเข้าทำงานวันแรก จำนวน 469 วัน พบว่าดัชนีหุ้นของไทยในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เพิ่มขึ้น 1.77 เท่า แต่ของรัฐบาลทักษิณเพิ่มขึ้น 1.29 เท่า

สำหรับรายได้เกษตรพบว่า ดัชนีรายได้เกษตรกรในช่วงของ 5 ปี รัฐบาลทักษิณ เพิ่มขึ้น 33% แต่ในช่วง 1 ปี ของรัฐบาลอภิสิทธิ์เพิ่มขึ้น 18.4% จะเห็นว่าในช่วงระยะเวลาที่สั้นกว่าแต่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ทำให้รายได้เกษตรกรได้สูงกว่ารัฐบาลทักษิณ

ขณะที่วัดจากการก่อหนี้พบในช่วง 5 ปี ของรัฐบาลทักษิณ ได้ก่อหนี้สาธารณะสูงถึง 53% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขณะที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ก่อหนี้อยู่ที่ 40% กว่า ของจีดีพี ซึ่งต่ำกว่ามาก

นายกรณ์ กล่าวว่า หากดูในแง่ของนโยบายการลงทุนด้านสาธาณสุข และการศึกษาของประเทศ ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการพัฒนาประเทศในระยะยาว พบว่าการลงด้านการศึกษาในปี 2549 ของรัฐบาลทักษิณมีจำนวนเงิน 2.3 แสนล้านบาท ขณะที่ของรัฐบาลอภิสิทธิ์ปี 2553 มีเงินลงทุน 4.3 แสนล้านบาท ส่วนด้านสาธารณะสุขรัฐบาลทักษิณ 8 หมื่นล้านบาท และ รัฐบาลอภิสิทธิ์ 2 แสนล้านบาท มีจำนวนสูงกว่าเท่าตัว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ