
ข้อควรรู้ก่อนเจาะตลาดจีน (2)
เมื่อวานนี้ ได้เกริ่นถึง 5 กลยุทธ์สำคัญที่บรรดาผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ต้องเรียนรู้และศึกษาล่วงหน้าก่อนดำเนินการขยายตลาดไปสู่จีน เพื่อเพิ่มมูลค่ายอดขายของกิจการให้เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งครอบคลุมถึงการตรวจสอบและปฏิบัติตามกฎข้อบังคับทางกฎหมายทางการค้าต่างๆ เช่น ข้อกำจัดในการนำเข้าสินค้า และแจกแจงบัญชีการชำระเงินแก่ทางการจีนอย่างเคร่งครัด ตลอดจนถึงการตรวจสอบตัวตน และความน่าเชื่อถือทางการเงินของบริษัทคู่ค้าอย่างรอบคอบ
เมื่อวานนี้ ได้เกริ่นถึง 5 กลยุทธ์สำคัญที่บรรดาผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ต้องเรียนรู้และศึกษาล่วงหน้าก่อนดำเนินการขยายตลาดไปสู่จีน เพื่อเพิ่มมูลค่ายอดขายของกิจการให้เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งครอบคลุมถึงการตรวจสอบและปฏิบัติตามกฎข้อบังคับทางกฎหมายทางการค้าต่างๆ เช่น ข้อกำจัดในการนำเข้าสินค้า และแจกแจงบัญชีการชำระเงินแก่ทางการจีนอย่างเคร่งครัด ตลอดจนถึงการตรวจสอบตัวตน และความน่าเชื่อถือทางการเงินของบริษัทคู่ค้าอย่างรอบคอบ
ในวันนี้ มาปิดท้ายด้วยอีก 5 กลยุทธ์และข้อควรระวังที่เหลือ ในการขยายตลาดในแดนมังกรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นดังนี้
6.ระวังถูกละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา : ก่อนดำเนินการส่งออกสินค้าไปยังจีน ควรจดสิทธิบัตรทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศของตัวเองเสียก่อน เพื่อให้สามารถดำเนินคดีได้ หากมีการละเมิดลิขสิทธิ์เกิดขึ้น
7.ใช้สิทธิทางกฎหมายกรณีเกิดการฟ้องร้อง : หากเกิดความขัดแย้งกับบริษัทคู่ค้าในจีน ผู้ประกอบการสามารถใช้สิทธิเลือกได้ว่า จะนำคดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณาผ่านศาล 4 แห่ง ได้แก่ 1.ศาลระดับมลรัฐของจีน 2.สถาบันอนุญาโตตุลาการเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศแห่งจีน (ซีไออีทีอีซี) 3.ศาลต่างประเทศ และ 4.คณะอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ เพื่อระงับข้อพิพาทได้
8.ตรวจสอบอัตราภาษีสินค้านำเข้า : ในรายละเอียดของสัญญาการสั่งซื้อ ควรมีการระบุถึงอัตราภาษีนำเข้าสินค้าที่เหมาะสมและชัดเจน เพื่อสามารถคำนวณต้นทุนทางธุรกิจได้ครอบคลุมมากขึ้น เนื่องจากอัตราภาษีนำเข้าสินค้าบางชนิดของจีนอาจสูงถึง 270%
9.จัดตั้งตัวแทนจำหน่าย : ผู้ประกอบการสามารถเลือกจัดตั้งตัวแทนจำหน่ายสินค้าในจีนโดยตรง แทนการส่งออกสินค้าจากประเทศตัวเอง ผ่านรูปแบบการลงทุนทั้งแบบวิสาหกิจทุนต่างชาติ วิสาหกิจร่วมทุน และการร่วมทุนแบบร่วมมือ โดยต้องพิจารณาถึงประเด็นด้านกฎหมายและการค้า เช่น ข้อจำกัดด้านแรงงานในตลาดส่งออก และข้อบังคับทางภาษีและการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ เพื่อเพิ่มยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
10.ปกป้องธุรกิจของตัวเอง : แม้ผู้ประกอบการต่างชาติจะดำเนินธุรกิจตามขั้นตอนที่ถูกต้องทุกประการ ทว่า การทำธุรกิจย่อมมีความเสี่ยงอยู่เสมอ ดังนั้นผู้ประกอบการควรซื้อ “ประกันสินเชื่อทางการค้า” เพื่อปกป้องธุรกิจของตัวเอง ซึ่งไม่เพียงแต่ลดความเสี่ยงแล้ว แต่ยังช่วยให้ผู้ประกอบสามารถมุ่งความสนใจไปที่ธุรกิจของตัวเอง ตลอดจนโอกาสต่างๆ ที่แฝงอยู่ในตลาดแดนมังกรได้อย่างเต็มที่







