posttoday
"ไลฟ์สไตล์" ตั้งรับค่าบาทแข็งจี้รัฐผลักดันฮับภูมิภาค

"ไลฟ์สไตล์" ตั้งรับค่าบาทแข็งจี้รัฐผลักดันฮับภูมิภาค

08 กุมภาพันธ์ 2556

อุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ แนะผู้ประกอบการปรับตัวรับบาทแข็ง กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้ากับคู่ค้ายาว 6 เดือน สู้ตลาดส่งออก

อุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ แนะผู้ประกอบการปรับตัวรับบาทแข็ง กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้ากับคู่ค้ายาว 6 เดือน สู้ตลาดส่งออก

สินค้าไลฟ์สไตล์ ถือเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบนับตั้งแต่เกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในสหรัฐต่อเนื่องมาจนวิกฤตในยุโรป และปัญหายังคงมีต่อเนื่อง ล่าสุดเจอผลกระทบจากสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทำให้ต้องปรับตัวกันอีกครั้ง

สุพัฒน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทย เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมสินค้าไลฟ์สไตล์ ควรปรับกลยุทธ์การเงินในการทำตลาดส่งออกร่วมกับคู่ค้าธุรกิจเพื่อรับมือกับสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในขณะนี้ โดยกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทไทยล่วงหน้า (ฟิกซ์ ฟอร์เวิร์ด) อยู่ที่ระดับ 29.50 บาท หรือบวกลบไม่เกิน 30 บาทต่อ 1 เหรียญสหรัฐ เป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการทำธุรกิจ

นอกจากนี้ ตลาดส่งออกอุตสาหกรรมสินค้าไลฟ์สไตล์ของไทยในช่วงที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบหลักจากปัญหาเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจในยุโรปที่ยังไม่ฟื้นตัว แม้ตลาดในสหรัฐเริ่มส่งสัญญาณดีขึ้น แต่สถานการณ์ยังคงทรงตัว ดังนั้นผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องติดตามภาวการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด และมองหาโอกาสในการขยายตลาดใหม่ ในกลุ่มประเทศต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะตลาดอาเซียนบวก 3 บวก 6 ที่จะเป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจในอนาคต

สำหรับภาพรวมตลาดอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ในปี 2555 ที่ผ่านมา มีมูลค่าการส่งออกกว่า 9 หมื่นล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ โดยแบ่งสัดส่วนเป็นกลุ่มธุรกิจสินค้าของขวัญ ของชำร่วย และของตกแต่งบ้าน กลุ่มสินค้าครัวเรือน กลุ่มของเล่น เครื่องเขียน และกลุ่มเคหะสิ่งทอ รวมกันกว่า 70% และที่เหลืออีก 30% เป็นกลุ่มสินค้าเฟอร์นิเจอร์

ปัจจุบัน ตลาดส่งออกอันดับ 1 ยังคงเป็นสหรัฐ มีสัดส่วน 24% อันดับ 2 เป็นญี่ปุ่น 12% และอังกฤษ 7% ส่วนที่เหลือเป็นตลาดยุโรป และอื่นๆ

จิรบูลย์ วิทยสิงห์ เลขาธิการสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทย กล่าวว่า แนวโน้มตลาดอุตสาหกรรมสินค้าไลฟ์สไตล์ของไทย นับวันจะแข่งขันรุนแรงมากขึ้น หลังจากเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปี 2558 จากปัจจุบันมีหลายประเทศสมาชิกอาเซียนและในเอเชีย อาทิ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และฮ่องกง ที่มีกิจกรรมเชิงรุกด้านการจัดแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์มากขึ้น ซึ่งไทยควรวางตำแหน่งเป็นประเทศอันดับแรกๆ ที่ได้รับความสนใจในการจัดงานลักษณะดังกล่าว

ขณะเดียวกัน เห็นว่ารัฐบาลควรเข้ามาผลักดันให้เรื่องดังกล่าวเข้าสู่วาระแห่งชาติ ภายใต้ 3 กลยุทธ์หลัก ดังนี้ 1.ยกระดับงานแสดงอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ขึ้นสู่ระดับสากล 2.การร่วมเป็นพันธมิตรในระดับภูมิภาคกับประเทศต่างๆ อาทิ ฮ่องกง ที่จัดงานลักษณะดังกล่าวทุกปี และ 3.วางตำแหน่งให้ไทยเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงงานและเปิดกว้างสู่ประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วม เพื่อต่อยอดไปสู่การจัดซื้อ (เอาต์ซอร์สซิง) ต่างๆ ในอนาคต

สำหรับปีนี้ สมาพันธ์เตรียมจัดงานมหกรรมแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของใช้ในบ้านระดับนานาชาติ BIG+BIH จำนวน 2 ครั้ง โดยครั้งแรกภายใต้งาน BIG+BIH April 2013 ที่ใหญ่สุดในอาเซียน เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการแสดงศักยภาพด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ เป็นศูนย์กลางธุรกิจ จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ 7 สมาคมผลิตภัณฑ์สินค้าไทยและภาคีพันธมิตร ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 1923 เม.ย.นี้ และในครั้งที่ 2 วันที่ 1923 ต.ค.

ทั้งนี้ สมาพันธ์คาดว่าจากการจัดงานดังกล่าวทั้งสองครั้ง จะมีเงินสะพัดทั้งในรอบเจรจาทางธุรกิจระหว่างคู่ค้า และการขายปลีกให้กับประชาชนทั่วไปไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท โดยมีนักธุรกิจเข้าชมงานมากกว่า 83 ประเทศ และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการจัดงานดังกล่าวในปีที่ผ่านมา มีร้านค้าทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมงานกว่า 1,000 ร้านค้า เพิ่มขึ้น 10% ทุกปี มีพื้นที่กว่า 4 หมื่นตารางเมตร

อย่างไรก็ตาม จากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นทำให้ผู้ประกอบการบางส่วนหันมาทำตลาดในประเทศมากขึ้น แต่ก็จะได้รับผลกระทบจากนโยบายค่าแรง 300 บาทที่ปรับใช้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ด้านการทำตลาดในประเทศจากการชำระสินค้า หรือเครดิตล่วงหน้า 3 เดือน ทำให้ไม่เกิดทุนหมุนเวียนในธุรกิจ ซึ่งการจัดงานดังกล่าว คาดจะเข้ามาช่วยผลักดันให้ธุรกิจสินค้าไลฟ์สไตล์มีความคึกคักมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท