
เพซฯลุยคอนโดหรู
ซื้อที่ 1,500 ล.ขึ้นโครงการหลังสวนหัวหินชี้ปีนี้คึกโครงการใหม่แห่เปิดอีกเพียบ
ซื้อที่ 1,500 ล.ขึ้นโครงการหลังสวนหัวหินชี้ปีนี้คึกโครงการใหม่แห่เปิดอีกเพียบ
เพซฯ ซื้อที่ดิน 1,500 ล้าน ผุด 2 คอนโดหรู หลังมหานครยอดทะลุ เศรษฐีแขกซิวเพนต์เฮาส์ 480 ล้าน
นายสรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทพร้อมที่จะกลับมาลงทุนซื้อที่ดิน เพื่อพัฒนาโครงการรอบใหม่ ภายใต้งบประมาณ 1,500 ล้านบาท โดยยังคงเน้นตลาดระดับไฮเอนด์ ราคาขายไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท ตร.ม. ซึ่งโครงการใหม่จะมีด้วยกัน 2 โครงการ ประกอบด้วย คอนโดมิเนียมย่านหลังสวน กรุงเทพฯ และโครงการวิลล่า ที่หัวหิน
สำหรับโครงการย่านหลังสวนจะพัฒนาอยู่บนที่ดิน 3 ไร่ จะใช้งบในการซื้อที่ดินแปลงนี้ประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างออกแบบ โดยเบื้องต้นจะเป็นคอนโดมิเนียมที่มีพื้นที่ขาย 2.5 หมื่น ตร.ม. ราคาขาย 2 แสนบาทต่อ ตร.ม.ขึ้นไป คิดเป็นมูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นโครงการที่รับรู้รายได้ประมาณปี 25572558 ส่วนโครงการหัวหิน ซอย 112 ฝั่งติดเขา มีทั้งหมด 120 ไร่ มีต้นทุนที่ดินประมาณ 600 ล้านบาท เบื้องต้นจะพัฒนาเป็นวิลล่า 120 หลัง ราคาหลังละ 15 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่า 1,800 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ในปีนี้และปีหน้า
การกลับมาเปิดโครงการใหม่ถือเป็นการลงทุนต่อเนื่อง หลังจากที่โครงการ “มหานคร” คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี มียอดขายเป็นไปตามเป้าหมายแล้ว อยู่ที่ 47% สิ้นปีนี้คาดว่ายอดขายจะทะลุ 60% โดยบริษัทมีแผนที่จะนำโครงการไปโรดโชว์ที่ฮ่องกง เมืองดูไบ และเมืองอาบูดาบี หลังจากที่เมื่อต้นปีมีเศรษฐีจากตะวันออกกลางมาซื้อห้องชุดเพนต์เฮาส์ในโครงการขนาด 1,500 ล้านบาท มูลค่า 480 ล้านบาท
นายสรพจน์ กล่าวถึงแนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์และลักชัวรีไฮเอนด์ปีนี้ว่าน่าจะคึกคักมากขึ้น จากการที่เริ่มมีผู้ประกอบการหลายรายกลับมาพัฒนาโครงการระดับดังกล่าวอีกครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีและลูกค้าชาวต่างชาติที่หายจากตลาดไปนาน ปัจจุบันเริ่มกลับมาซื้อคอนโดมิเนียมในไทยอีกครั้ง ซึ่งเป็นเพราะราคาที่ยังไม่สูงมาก และภาวะการเมืองที่เริ่มนิ่ง
ด้านความคืบหน้าการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อระดมทุนใกล้จะเรียบร้อยแล้ว โดยการระดมทุนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อนำเงินส่วนหนึ่งซื้อที่ดินในการพัฒนา 2 โครงการใหม่ ส่วนหนึ่งจ่ายคืนเงินกู้โครงการมหานคร และอีกส่วนหนึ่งไว้ซื้อหุ้นโครงการมหานครคืนจากบริษัท อินดัสเทรียล บิลดิ้งส์ คอร์ปอเรชั่น หรือไอบีซี กลุ่มทุนอิสราเอล โดยมีเป้าหมายที่จะถือหุ้นในโครงการดังกล่าวประมาณ 70% เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารงาน







