
เอ็มจีซีตั้งเป้า3หมื่นล.
ปี2559หลังสยายปีกธุรกิจซิกท์เข้าเออีซีปีนี้คาด1.5หมื่นล้านได้สิทธิขายฮอนด้า
ปี2559หลังสยายปีกธุรกิจซิกท์เข้าเออีซีปีนี้คาด1.5หมื่นล้านได้สิทธิขายฮอนด้า
มาสเตอร์ คาร์ฯ สยายปีกรุกเออีซีเต็มรูปแบบ ส่ง “ซิกท์” หัวหอกบุกก่อน ตั้งเป้าอีก 2 ปี หวัง 3 หมื่นล้าน
นายสัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) หรือเอ็มจีซี เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมา เอ็มซีจีสามารถทำรายได้จาก 7 กลุ่มธุรกิจหลัก ประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ประมาณ 40% ทั้งนี้ เนื่องจากทุกกลุ่มธุรกิจมีอัตราการเติบโตอย่างมาก สำหรับ 7 กลุ่มธุรกิจของเอ็มซีจี ประกอบด้วย 1.ธุรกิจขายรถยนต์ใหม่ ได้แก่ โรลส์รอยซ์ บีเอ็มดับเบิลยู และมินิ 2.ธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ใช้แล้ว 3.ธุรกิจรถเช่า ภายใต้ชื่อ ซิกท์ (SIXT) 4.ธุรกิจ อาฟเตอร์ มาร์เก็ต ประกอบด้วย ศูนย์บริการซ่อมบำรุงรักษารถยนต์ BOSCH และตัวแทนจำหน่ายชุดแต่งเอซี ชนิทเซอร์ สำหรับบีเอ็มดับเบิลยูและมินิ และเทคอาร์ต (TechArt)สำหรับรถยนต์ปอร์เช่
5.ธุรกิจโบรกเกอร์ประกันภัย แมกซี่ 6.ธุรกิจศูนย์ฝึกอบรม MAT หรือมาสเตอร์ ออโตโมทีฟเทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ และ 7.ธุรกิจไอทีคอลล์เซ็นเตอร์ ในชื่อ ศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและคอลเซ็นเตอร์ I24 (ไอ24)
สำหรับแผนการตลาดในปีนี้ บริษัทมีแผนขยายธุรกิจออกไปอย่างมาก อย่างธุรกิจรถใหม่นั้น ในปีนี้บริษัทจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าอย่างเป็นทางการ ซึ่งโชว์รูมและศูนย์บริการของบริษัทจะตั้งอยู่บนถนนพัฒนาการ โดยตั้งยอดขายไว้ที่ 2,000 คัน
นอกจากนี้ ในส่วนของศูนย์บริการ BOSCH ทางบริษัทจะเปิดขายแฟรนไชส์ให้กับอู่ซ่อมรถยนต์ทั่วไป เพื่อเป็นการยกระดับการให้บริการของอู่ซ่อมรถยนต์ทั่วไปขึ้นมาเทียบเท่ากับศูนย์บริการรถยนต์ทั่วไป
ขณะที่กลุ่มธุรกิจรถเช่า หรือซิกท์ ในปีนี้จะขยายเข้าไปในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งจะเป็นกลุ่มธุรกิจแรกของบริษัทที่ขยายเข้าสู่อาเซียน โดยปัจจุบันซิกท์มีปริมาณรถเช่าอยู่ทั้งสิ้นประมาณ 4,000 คัน มีจำนวนการใช้บริการจากลูกค้าอยู่ประมาณ 1.7 หมื่นรายต่อปี
“ปีนี้เราจะใช้ซิกท์เป็นหัวหอกบุกเออีซี โดยขณะนี้เราได้เช่าที่ดินที่กรุงเวียงจันทน์ในลาว เพื่อเตรียมเปิดให้บริการรถเช่าที่นั่นแล้ว ส่วน พม่า เวียดนาม และมาเลเซีย ก็อยู่ระหว่างการศึกษากฎหมายในแต่ละประเทศ รวมทั้งเจรจากับพาร์ตเนอร์ในท้องถิ่นอยู่ ซึ่งรูปแบบการลงทุนในประเทศเหล่านี้ จะเป็นการร่วมทุนทั้งหมด” นายสัณหวุฒิ กล่าว
ทั้งนี้ เชื่อว่าหลังจากที่ซิกท์เริ่มขยายการให้บริการรถเช่าสู่ประเทศในกลุ่มอาเซียนแล้ว จะทำให้จำนวนรถสำหรับให้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นคันอย่างแน่นอน ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมตัวนำธุรกิจรถเช่า ภายใต้ชื่อ มาสเตอร์คาร์เร้นเทิล เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ภายในปีนี้ด้วย
นายสัณหวุฒิ กล่าวต่อว่า นอกจากการขยายธุรกิจรถเช่าซิกท์ในอาเซียนแล้วในอนาคตจะมีธุรกิจขายรถยนต์ใหม่ในกลุ่มประเทศเหล่านี้ด้วย ซึ่งรูปแบบการทำธุรกิจขายรถใหม่นั้น มีทั้งแบบเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ (ดีลเลอร์) การเป็นผู้นำเข้า (อิมพอร์ตเตอร์) โดยขณะนี้ได้รับการติดต่อจากผู้ผลิตรถยนต์ทั้งจากค่ายญี่ปุ่น อเมริกา และยุโรป







