posttoday
เลกซัสจะใช้บริการดึงลูกค้ากลับจากเกรย์มาร์เก็ต

เลกซัสจะใช้บริการดึงลูกค้ากลับจากเกรย์มาร์เก็ต

01 เมษายน 2553

คุยกับ วิเชียร เอมประเสริฐสุข บอสใหญ่เลกซัส

คุยกับ วิเชียร เอมประเสริฐสุข บอสใหญ่เลกซัส

เลกซัสจะใช้บริการดึงลูกค้ากลับจากเกรย์มาร์เก็ต วิเชียร เอมประเสริฐสุข

เลกซัส แบรนด์รถยนต์หรูหราในเครือยักษ์ใหญ่อย่างโตโยต้า เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา มียอดจำหน่ายสะสมตามจำนวนรถที่วิ่งอยู่ในประเทศไทยประมาณ 3,000 คัน

การแข่งขันนอกจากต้องแย่งชิงตลาดจากผู้ประกอบการรถยนต์หรูหราจากยุโรปแล้ว คู่แข่งที่สำคัญอีกกลุ่มของเลกซัส ก็คือผู้นำเข้าอิสระที่นำเข้ารถยนต์ของเลกซัสอย่างต่อเนื่อง จนมียอดจำหน่ายนำหน้าเลกซัสที่จำหน่ายโดยผู้แทนจำหน่ายหลักเสียด้วยซ้ำ

วิเชียร เอมประเสริฐสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส เลกซัสกรุ๊ป บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่าแผนงานหลักของเลกซัส จะเน้นการเพิ่มการให้บริการที่แตกต่างจากผู้นำเข้าอิสระ เพื่อดึงลูกค้ากลับมาเป็นลูกค้าและใช้บริการในศูนย์ตัวแทนจำหน่ายของเลกซัส

ทั้งนี้ นอกจากการให้บริการที่ศูนย์บริการในกทม.ทั้ง 3 แห่งแล้ว ได้มีการขยายศูนย์บริการเลกซัสในต่างจังหวัดอีก 10 แห่ง ประกอบด้วยที่เชียงใหม่ 3 สาขา ขอนแก่น 3 สาขา อุบลราชธานี 2 สาขา ภูเก็ตและสุราษฎร์ธานี ที่ละ 1 สาขา เพื่อรองรับการให้บริการลูกค้าทั่วประเทศ

“เราคงไม่สามารถบอกให้เกรย์มาร์เก็ตหยุดทำตลาดได้ เพราะเขาไม่ได้ทำอะไรผิด และเราก็ต้องดูแลลูกค้าของเราในฐานะที่เลกซัสมีการรับประกันทั่วโลก ซึ่งตอนนี้จำนวนเลกซัสในประเทศไทยที่เกรย์ขายอาจจะมากกว่าที่เลกซัสขายอยู่ 2-3 เท่าน่าจะได้”

เลกซัสจะใช้บริการดึงลูกค้ากลับจากเกรย์มาร์เก็ต

อย่างไรก็ตาม ตัวแทนจำหน่ายทั้ง 3 รายอยู่ระหว่างการพูดคุยเพื่อกำหนดค่าแรกเข้าสำหรับการให้ศูนย์บริการดูแลรถที่ไม่ได้จำหน่าย รวมถึงลูกค้าต้องเข้าใจว่าอาจจะต้องใช้เวลาในการสั่งอะไหล่นานกว่ารถรถรุ่นที่จำหน่ายอยู่ โดยปัจจุบันเลกซัส ประเทศไทยขายรถไปแล้วประมาณ 3,000 คัน

สำหรับเป้าหมายการจำหน่ายในปีนี้ ตั้งเป้าที่ 330 คัน คิดเป็นอัตราการขยายตัวมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับยอดจำหน่าย 270 คันในปีก่อนหน้า โดยจะทำให้ส่วนแบ่งการตลาดของเลกซัสในตลาดรถยนต์หรูหราขยับขึ้นไปเป็น 4.3% จากที่มีอยู่ประมาณ 4% ในปี 2552 และบริษัทตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มแชร์ให้ได้ไม่น้อยกว่า 10% ใน 5 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ คาดว่าตลาดรถยนต์หรูที่มียอดจำหน่ายรวมประมาณ 7,000 คันต่อปี จะเติบโตอย่างต่อเนื่องปีละ 5% ซึ่งเลกซัสพร้อมที่จะแตกไลน์สินค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงเพิ่มเครื่องยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่มีขนาดเล็กลง รวมไปถึงเครื่องยนต์ไฮบริด โดยจะเปิดตัวในปีนี้อีกอย่างน้อย 2 รุ่น และหาสินค้าใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่มเติมในอนาคต

สำหรับการทำราคาจำหน่ายรถยนต์เพี่อท้าชนกับคู่แข่งนั้น วิเชียรบอกว่าต้องดูที่เรื่องของภาษีนำเข้าเป็นหลัก ซึ่งการเจรจาการค้าภายใต้กรอบเจเทปป้า เพื่อลดภาษีนำเข้าสำหรับรถยนต์เลกซัส ว่าต้องให้รัฐบาลเป็นผู้เจรจากับทางเจโทร เพื่อเดินหน้าเรื่องดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมา ได้มีการเจรจาเพื่อลดภาษีนำเข้าจาก 80% ลงมาเหลือ 60% และเลกซัสได้ส่งกลับไปที่ลูกค้าทั้งหมดอยู่แล้ว ซึ่งหากในอนาคตมีการลดภาษีนำเข้าอีก ลูกค้าก็จะเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์เหมือนเช่นเคย

เลกซัสจะใช้บริการดึงลูกค้ากลับจากเกรย์มาร์เก็ต

ทั้งหมดนี้ก็คือแผนงานของเลกซัส ในการไต่เต้าขึ้นเป็นผู้ท้าชิงที่สำคัญในตลาดรถยนต์หรูหราในประเทศไทย ซึ่งแน่นอนว่า 15 ปีที่ผ่านมาอาจจะไม่สามารถบ่งบอกความสำเร็จของเลกซัสในประเทศไทยได้มากนัก แต่เชื่อว่าความมุ่งมั่นทำงานในครั้งนี้ จะทำให้สถานการณ์ต่าง ๆ ดีขึ้น และจะนำพาไปสู่เป้าหมายที่วางเอาไว้อย่างแน่นอน!!!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท