
บัวหลวงแนะธุรกิจลงทุนเพื่อนบ้าน
แบงก์กรุงเทพ เตือนธุรกิจไทยเข้าสู่ขาลง เร่งเดินหน้าลงทุนประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนสูญโอกาส
แบงก์กรุงเทพ เตือนธุรกิจไทยเข้าสู่ขาลง เร่งเดินหน้าลงทุนประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนสูญโอกาส
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า แนะนำให้ธุรกิจไทยที่หมดวงโคจรการทำกำไรในประเทศ (Profit Cycle) ย้ายไปใช้ฐานการผลิตในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น เนื่องจากในประเทศไทยมีการอิ่มตัวทั้งการบริโภคภายในประเทศ การมีโนว์ฮาวและเทคโนโลยีที่นำเพื่อนบ้านมากว่า 1015 ปี ที่สำคัญคือการมีต้นทุนสูงกว่าประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ได้แก่ อุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ และวัสดุก่อสร้าง
นายกอบศักดิ์ ได้ยกตัวอย่างลูกค้าของธนาคารที่ประกอบธุรกิจผู้ผลิตชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์รายหนึ่ง ได้ย้ายฐานการผลิตจากไทยไปประเทศอินโดนีเซีย และนำเทคโนโลยีความรู้ที่เคยทำธุรกิจในเมืองไทยมาใช้ที่อินโดนีเซีย พบว่าสามารถทำกำไรได้เพิ่มเป็นอีกเท่าตัว เท่ากับว่าบริษัทนั้นจะสามารถทำกำไรในกลุ่มประเทศอาเซียนได้อีกหลายรอบ เช่น จากไทยแล้วไปอินโดนีเซีย อนาคตก็สามารถย้ายไปที่เวียดนาม พม่า หรือกัมพูชาได้
ทั้งนี้ ธุรกิจที่จะไปลงทุนควรมีการศึกษาข้อมูลให้ดี อย่ารอแต่ให้รัฐป้อนข้อมูลหรือหาคอนเนกชันให้
ด้านนายไกรสินธุ์ วงศ์สุรไกร กรรมการบริหาร บริษัท โรงเส้นหมี่ชอเฮง และคณะกรรมการ AEC Prompt สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อุปสรรคปัญหาของการค้าภายในอาเซียน ในส่วนของสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป คือ การกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี โดยเฉพาะการใช้มาตรการสุขอนามัยมาตรวจสอบสินค้าเกษตร ส่งผลกระทบต่อการส่งสินค้าไปขายในอาเซียนอย่างมาก แม้อัตราภาษีจะลดลงเหลือ 0% โดยเฉพาะในประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ที่ทำการค้าด้วยค่อนข้างยาก
ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องปรับตัว ยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สูงกว่ามาตรฐานที่แต่ละประเทศกำหนดไว้ เพื่อก้าวข้ามกำแพงการกีดกันให้ได้แม้ว่าจะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น แต่หากไม่ปรับมาตรฐานการผลิตสินค้าจะไม่มีโอกาสเข้าไปทำตลาดในประเทศเป้าหมายได้เลย“เหตุผลที่แนะนำให้ธุรกิจไทยที่หมดรอบการทำกำไรในประเทศลงเพราะปัจจุบันไทยจะหลีกเลี่ยงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันไม่ได้ โดยเฉพาะในอีก 35 ปีข้างหน้า เมื่อโอกาสการเข้าร่วมเออีซีเปิดแล้ว ต้องใช้โอกาสนั้นให้คุ้มค่า แต่การไปก็ควรมีการศึกษาข้อมูลให้ดี ซึ่งหากอย่ารอภาครัฐเป็นฝ่ายให้ข้อมูลหรือหาคอนเน็คชั่นให้ เราต้องจับมือหรือหาพันธมิตรไปด้วยกัน”นายกอบศักดิ์กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีต้นทุนค่าแรงที่สูงกว่ากลุ่มอาเซียนอยู่หลายเท่าตัว ตั้งแต่ อินโดนีเซีย 1 เท่าตัว เวียดนาม 3 เท่าตัว กัมพูชา 45 เท่าตัว และพม่าหลายเท่าตัว







