posttoday
กางแผนโรดแมปดันไทยฮับศึกษาอาเซียน

กางแผนโรดแมปดันไทยฮับศึกษาอาเซียน

06 กุมภาพันธ์ 2556

ทุกภาคส่วนของไทยกำลังตื่นตัวเรื่องการรวมเป็นประชาคมอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2558 โดยส่วนของกระทรวงศึกษาธิการก็กำลังเดินหน้าเต็มที่ปูพรมวางแผนเชิงปฏิบัติจัดทำกรอบการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นฮับทางการศึกษาของอาเซียน

ทุกภาคส่วนของไทยกำลังตื่นตัวเรื่องการรวมเป็นประชาคมอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2558 โดยส่วนของกระทรวงศึกษาธิการก็กำลังเดินหน้าเต็มที่ปูพรมวางแผนเชิงปฏิบัติจัดทำกรอบการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นฮับทางการศึกษาของอาเซียน

ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ผู้ที่มีส่วนสำคัญในการวางรากฐานระบบการศึกษาไทย กล่าวว่า ก้าวแรกที่กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการให้สอดรับกับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน คงไม่ใช่เรื่องการรื้อหลักสูตรการเรียนการสอนใหม่ทั้งหมด

แต่จะเน้นคุณภาพหลักสูตรการเรียนแกนกลางให้สูงขึ้น โดยเฉพาะด้านภาษาต่างประเทศ และภาษาอาเซียนให้เห็นเป็นรูปธรรม เช่น ส่งเสริมโรงเรียนต่างๆ ให้มีหลักสูตรภาษาอังกฤษ หรือหลักสูตรอีพี แต่คงไม่บังคับว่าทุกโรงเรียนจะต้องใช้หลักสูตรนี้ เพราะมีคุณภาพสูง เนื่องจากต้องจ้างครูที่เป็นเจ้าของภาษามาสอน ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการเรียนการสอนแพง

บางโรงเรียนอาจใช้หลักสูตร Mini EP ที่มีความเข้มข้นลดลงมา คือ ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของภาษา อาจจะเป็นครูที่มาจากประเทศที่มีการใช้ภาษาอังกฤษเข้มข้นอย่างฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และมาเลเซีย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีหลักสูตร EIS ที่จะเน้นใช้ภาษาอังกฤษเฉพาะในชั่วโมงเรียนกลุ่มวิชาสังคม วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ โดย สพฐ.จะจัดทำคู่มือการเรียนการสอนเป็นแนวทางให้ ซึ่งปัจจุบันมีโรงเรียนเข้าร่วมกลุ่มนี้แล้วกว่า 500 แห่ง

“เรายังไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะมีโรงเรียนกี่แห่งเข้าร่วมหรือจะร่วมโครงการทั้งหมดเมื่อไหร่ แต่จะช่วยส่งเสริมโรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนที่อยู่ตามชายแดนได้มีโอกาสมากขึ้น เรียกว่าเป็นการทำงานแบบปูพรม” ชินภัทร กล่าว

เมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนเต็มรูปแบบ โรงเรียนขนาดเล็กจะมีความสำคัญมากขึ้น หรือเรียกว่าจะกลายเป็นจิตวิญญาณของอาเซียน หรือสปิริต ออฟ อาเซียน เลยก็ได้ ทำให้กระทรวงต้องเตรียมพร้อมทั้งในส่วนของโรงเรียนพี่โรงเรียนน้องกับประเทศสมาชิกอาเซียน การแลกเปลี่ยนนักเรียน และโรงเรียนชายแดนที่เน้นรองรับเด็กนักเรียนจากเพื่อนบ้านที่จะไหลเข้ามาเรียนในประเทศไทยมากขึ้น

อีกทั้งยังมีนโยบายให้จัดตั้งศูนย์อาเซียนศึกษาขึ้นในทุกเขตการศึกษา เพื่อเป็นต้นแบบในการจัดหลักสูตรและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาเซียนทั้งในด้านวัฒนธรรม สังคม เศรษฐกิจ ขณะนี้ สพฐ.อยู่ระหว่างแปลคู่มือหลักสูตรแกนกลางที่เป็นความรู้เกี่ยวกับอาเซียน เพื่อให้เด็กไทยมีความรู้เกี่ยวกับอาเซียนลึกซึ้งขึ้น คาดว่าจะเสร็จภายในปีการศึกษานี้

ด้านกิจกรรมเสริม ก็มีนโยบายให้โรงเรียนจัดเวทีแข่งขันตอบคำถามเกี่ยวกับอาเซียนในทุกมิติ เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนค้นคว้าหาความรู้รอบตัวมากขึ้น

แต่แนวทางขั้นต่อไปคงกำหนดชัดเจนไม่ได้ เพราะต้องเน้นพัฒนาตัวเด็กนักเรียนของไทยเองเป็นหลัก ต้องการเด็กที่มีคุณภาพมากกว่าปริมาณ ซึ่งกระทรวงคาดหวังว่าเด็กไทยยุคใหม่จะมีคุณสมบัติดังนี้ 1.ต้องเป็นเลิศทางวิชาการ 2.สามารถสื่อสารได้ 2 ภาษาขึ้นไป 3.เด็กไทยต้องมีความล้ำหน้าทางความคิด สามารถถกองค์ความรู้ต่อยอดความคิดได้

4.สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้มาผลิตงานสร้างสรรค์ได้ สามารถคิดโครงงานที่สามารถบูรณาการได้หลายกลุ่มวิชา เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน ซึ่งเรื่องนี้ได้มอบให้สำนักวิชาการและมาตรฐานวิชาการ (สวก.) ไปจัดทำรูปแบบการจัดการการเรียน การสอนแบบบูรณาการครบวงจรมาไว้ให้โรงเรียนใช้เป็นแนวทาง เบื้องต้นตั้งเป้าลดเวลาเรียนในชั้นเรียนลงเหลือ 70% ส่วนที่เหลือเน้นให้เด็กได้เรียนรู้นอกห้องเรียน 5.ส่งเสริมให้เด็กมีความรับผิดชอบต่อสังคม แต่คงไม่ถึงขั้นนำหลักสูตรโตไปไม่โกงขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เข้าไปบรรจุในหลักสูตรโดย สพฐ.จะคัดโรงเรียนที่มีครูเป็นตัวอย่างด้านจริยธรรมที่ดีในแต่ละตำบลมาเป็นต้นแบบ ซึ่งคิดว่าน่าจะมีมากพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น หากสำเร็จก็จะขยายผลต่อไป

สำหรับการปรับเปลี่ยนวันเปิดปิดภาคเรียนให้สอดคล้องกับกำหนดเปิดปิดภาคเรียนในกลุ่มประเทศอาเซียนนั้น จะเริ่มอย่างเป็นทางการในปีการศึกษา 2557 เบื้องต้นระดับมหาวิทยาลัยจะเปิดภาคเรียนในช่วง 15 ส.ค.15 ก.ย. จากเดิมที่จะเปิดในช่วงเดือน มิ.ย. ส่วนระดับขั้นพื้นฐานภาคเรียนที่ 1 จะเลื่อนไปเปิดวันที่ 10 มิ.ย. จากเดิมเปิดภาคเรียนต้นเดือน พ.ค. ภาคเรียนที่ 2 เลื่อนไปเปิดวันที่ 26 พ.ย. จากเดิมเปิดภาคเรียนช่วงต้นเดือน พ.ย. เพื่อไม่ให้เด็กได้รับผลกระทบมากนัก

แม้ว่า ปัจจุบันไทยยังไม่มีแนวทางจัดทำหลักสูตรเทียบโอนเกรดให้เด็กนักเรียนแลกเปลี่ยน เพื่อไม่ให้เสียเวลาเรียนซ้ำชั้น เพราะนักเรียนกลุ่มนี้ยังมีปริมาณไม่มาก แต่ในบางโรงเรียนก็มีหลักสูตรอินเตอร์ อิงลิช โปรแกรม เพื่อส่งเสริมให้เด็กใช้ไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่อนาคตการศึกษาไทยในประชาคมอาเซียนจะต้องมีการถ่ายโอนหน่วยกิตระหว่างสถาบันอุดมศึกษากันได้ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนนักเรียน นักศึกษาและอาจารย์ รวมทั้งจะทำให้มีมาตรฐานคุณวุฒิของประชาคมอาเซียนเช่นเดียวกับประชาคมยุโรป เพื่อให้การศึกษาไทยเสรีมากขึ้น

หากทำได้ครึ่งหนึ่งของแผนที่วาดฝันไว้ เป้าหมายที่จะดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การศึกษาของประชาคมอาเซียนก็คงไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันที่ไกลเกินเอื้อม

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน