
ครม.ไฟเขียวช่วยเอสเอ็มอี
เพิ่มอนุกรรมการระดับจังหวัดอุ้มอีกทาง.
เพิ่มอนุกรรมการระดับจังหวัดอุ้มอีกทาง.
ตั้ง‘นิวัฒน์ธำรง’วางกรอบใช้เงินเข้ม.
ครม.เคาะแล้วมาตรการช่วยเอสเอ็มอี ครม.เปิด 5 ช่องทางรับเรื่องราวร้องทุกข์ธุรกิจเอสเอ็มอี พร้อมตั้งอนุกรรมการส่วนกลางและระดับจังหวัดช่วยดูแลอีกทาง
นายทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบผลประชุมคณะกรรมการพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) โดยเห็นชอบจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจเพื่อรับเรื่องราวร้องเรียนจากเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบ และต้องการขอความช่วยเหลือจากภาครัฐผ่าน 5 ช่องทาง คือ โทรศัพท์สายด่วน 1111 กด 22 เว็บไซต์ www.1111.go.th อีเมล [email protected] ตู้ ปณ. 1111 และเดินทางมาร้องทุกข์ที่ศูนย์เฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ทำเนียบรัฐบาล
นอกจากนี้ ได้ตั้งคณะอนุกรรมการให้ความช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี 2 ชุด มีนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นประธานในแต่ละชุด อีกทั้งให้กระทรวงมหาดไทยตั้งศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือเอสเอ็มอีในระดับจังหวัด โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัดเป็นประธานในการดูแลเรื่องดังกล่าวด้วย
นายทศพร กล่าวว่า ครม.ยังเห็นชอบให้ปรับเพิ่มค่าอาหารและค่าเช่าที่พักในการฝึกอบรมภายในประเทศ เพื่อให้สอดคล้องและเหมาะสมกับค่าครองชีพและสภาวการณ์ปัจจุบัน โดยเพิ่มค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในการประชุมในสถานที่ราชการไม่เกิน 35 บาทต่อมื้อต่อคน อบรมหรือประชุมในสถานที่เอกชนไม่เกิน 50 บาทต่อมื้อต่อคน และคิดค่าอาหารในการประชุมทั้งสถานที่ราชการและเอกชนไม่เกิน 120 บาทต่อมื้อต่อคน ซึ่งเป็นมาตรการบรรเทาผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ และเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอี
ซึ่งตามมติครม.เดิม วันที่ 24 พ.ย. 2552 หากมีการอบรมหรือประชุมในสถานที่ราชการหรือเอกชนจะจัดสรรค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มไม่เกิน 25 บาท ต่อมื้อต่อคน ขณะที่ค่าอาหารไม่เกิน 80 บาทต่อมื้อต่อคน
นอกจากนี้ ให้คณะกรรมการที่มีนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี การกำหนดสาขาของเอสเอ็มอีที่จะได้รับความช่วยเหลือ รวมทั้งต้องกำหนดกรอบการใช้เงินตามโครงการให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอีจากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ในลักษณะของงบฉุกเฉินเร่งด่วน หรือเป็นเงินอุดหนุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินการ
ด้านนายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมครม.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษา นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ และกรรมการประกอบด้วย รมว.กระทรวงพาณิชย์ รมว.กระทรวงแรงงาน รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นต้น สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดดังกล่าว จะต้องกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี กำหนดสาขาของเอสเอ็มอีที่จะได้รับความช่วยเหลือ รวมทั้งต้องกำหนดกรอบการใช้เงินตามโครงการให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอีจากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ในลักษณะของงบฉุกเฉินเร่งด่วนหรือเป็นเงินอุดหนุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จนสามารถขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ของรัฐหรือเอกชนได้ เช่น การปรับโครงสร้างกิจการ การลดต้นทุนการผลิต การแสวงหาตลาด







