
ธุรกิจทั่วโลกประมาทความปลอดภัยข้อมูล
ผลสำรวจพบว่า บริษัทส่วนใหญ่มั่นใจระบบความปลอดภัยข้อมูลสารสนเทศของตัวเอง แต่มีเพียง 8% เท่านั้นที่มีมาตรฐานสูง
ผลสำรวจพบว่า บริษัทส่วนใหญ่มั่นใจระบบความปลอดภัยข้อมูลสารสนเทศของตัวเอง แต่มีเพียง 8% เท่านั้นที่มีมาตรฐานสูง
ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ประเทศไทย (PwC) เปิดเผยถึงผลสำรวจ สถานะความปลอดภัยข้อมูลสารสนเทศทั่วโลก ประจำปี 2556 ว่า มีผู้บริหารด้านไอทีทั่วโลกถึง 68% ที่มั่นใจว่าธุรกิจของตนมีการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศที่รัดกุมและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งมีผู้บริหารถึง 42% ที่หลงคิดว่าองค์กรของตนมีการประยุกต์ใช้กลยุทธ์และการวางแผนระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลที่ดีเลิศ อยู่ในอันดับต้นๆ แต่กลับมีบริษัททั่วโลกเพียง 8% ที่มีมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยข้อมูลสารสนเทศอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานระดับสูงอย่างแท้จริง
ผลสำรวจยังพบว่า มีผู้บริหารทั่วโลกไม่ถึงครึ่งหรือเพียง 45% ที่มีแผนเพิ่มงบประมาณในการลงทุนด้านระบบข้อมูลสารสนเทศในระยะ 12 เดือนข้างหน้า โดยลดลงจาก 51% ในปี 2555 และ 52% ในปี 2554 ถึงแม้ว่าจำนวนของเหตุการณ์ภัยคุกคามจะทะยานสูงขึ้นเรื่อยๆก็ตาม ปัจจัยสำคัญอันดับแรกที่ดูเหมือนจะส่งผลต่อการลดหรือเพิ่มงบใช้จ่ายด้านความปลอดภัยข้อมูลสารสนเทศในความเห็นของบรรดาผู้บริหารส่วนใหญ่ ได้แก่ สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ แทนที่จะเป็นการตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยข้อมูล
เมื่อแยกตามภูมิภาค พบว่า บริษัทในเอเชียถึง 61% จะมีการลงทุนเพิ่มเพื่อพัฒนาความปลอดภัยข้อมูลสารสนเทศในอีก 12 เดือนข้างหน้าแม้จะลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับ 74% ในปีก่อน แต่ก็ยังถือว่าเป็นทวีปที่มีอัตราสูงสุดเป็นอันดับสองรองจากทวีปอเมริกาใต้ที่ 63% และนำหน้ายุโรปที่ 43% อเมริกาเหนือที่ 34%
ผลสำรวจยังระบุว่า ความเสี่ยงที่พบในยุคที่นวัตกรรมไอทีมีผลต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กรส่วนใหญ่ในปัจจุบัน คือ การรับเอาเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์สื่อสารที่ทันสมัย สื่อสังคมออนไลน์ และ คลาวน์คอมพิวติ้ง มาใช้เร็วเกินไปโดยไม่ได้คำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลสารสนเทศเป็นอันดับแรก
น.ส.วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา PwC ประเทศไทย กล่าวว่า องค์กรทั่วโลกส่วนใหญ่มีการประเมินตัวเองสูงเกินไป หลายๆคนคิดว่า ตนมีระบบความปลอดภัยด้านข้อมูลสารสนเทศที่เพียงพอและรัดกุมแล้ว ซึ่งในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น ยิ่งผู้ประกอบการประเมินความเสี่ยงในเรื่องนี้ต่ำเกินไป ก็จะยิ่งเป็นการเปิดช่องโหว่ให้ธุรกิจเกิดความเสี่ยง ในยามที่แนวโน้มภัยคุกคามข้อมูลสารสนเทศจะพัฒนาไปในทิศทางที่รุนแรงและซับซ้อนมากขึ้นในอีก 3-4 ปีข้างหน้า
“ผู้ประกอบการจำเป็นต้องพิจารณาความปลอดภัยของธุรกิจของตนให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคธุรกิจ ที่ต้องอาศัยความเชื่อมั่นสูง อย่างภาคการเงินการธนาคาร และ ภาคบริการ ที่ต้องรักษาข้อมูลของลูกค้าหรือความลับทางธุรกิจ ”น.ส.วิไลพร กล่าว







