posttoday
ผู้บริหารเงา

ผู้บริหารเงา

06 กุมภาพันธ์ 2556

โดย...รุจิระ บุนนาค

โดย...รุจิระ บุนนาค

[email protected]

Twitter : @ RujiraBunnag

เมื่อกล่าวถึงการตั้งตัวแทนอำพราง (Nominee) เข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นหรือบริหารกิจการในนิติบุคคลหรือบริษัทนั้น ส่วนใหญ่มักจะทราบกันดีว่า บริษัทที่มีการถือหุ้นและบริหารกิจการโดยตัวแทนอำพรางมักนิยมไปจดทะเบียนจัดตั้งในประเทศที่เป็นหมู่เกาะแถบทะเลแคริบเบียน เช่น หมู่เกาะบริติช เวอร์จิน (BVI) เพื่อที่จะหลบเลี่ยงภาษี แต่อาจไม่เคยมีใครทราบมาก่อนว่าในจำนวนบริษัทเหล่านั้น ซึ่งมีจำนวนกว่า 21,500 บริษัท มีชื่อของผู้ที่เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นผู้บริหารในลักษณะ Nominee อยู่เพียงไม่เกิน 30 รายชื่อเท่านั้น

ข้อมูลดังกล่าวมาจากการที่องค์กรสื่อหลายสำนัก ได้แก่ บีบีซี พาโนรามา การ์เดียน ตลอดจนสหภาพนักข่าวสืบสวนสอบสวนระหว่างประเทศ (ICIJ) ได้ร่วมมือกันเข้าไปสำรวจรายชื่อของบรรดาผู้ถือหุ้นหรือผู้บริหารของบริษัทที่จดทะเบียนในกลุ่มประเทศแถบทะเลแคริบเบียน จนพบว่ามีบริษัทจดทะเบียนจำนวนมากกว่า 1,200 บริษัท ที่มีชื่อของกรรมการผู้มีอำนาจเป็นบุคคลคนเดียวกัน

บริษัทลักษณะดังกล่าวกระจายอยู่ในแถบทะเลแคริบ เบียน ประเทศไอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ และรวมเข้าไปถึงประเทศอังกฤษด้วย ซึ่งลักษณะของธุรกิจที่บริษัทอำพรางดังกล่าวเปิดดำเนินการมีตั้งแต่การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ราคาแพง ตลอดจนเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการพนัน อีกทั้งยังมีความเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มติดอาวุธในประเทศแถบตะวันออกกลางอีกด้วย อาจกล่าวได้ว่า ธุรกิจขายชื่อเพื่อเป็นผู้บริหารเงาให้แก่บริษัทที่ทำธุรกิจสีเทาดังกล่าวนั้น ได้รับการตอบรับและความนิยมเป็นอย่างมากถึงขั้นที่ทำให้เกิดธุรกิจนายหน้ารับจัดหาผู้บริหารเงาให้แก่บริษัทอำพรางดังกล่าวอย่างแพร่หลาย

ในประเทศไทยเองก็มีการเกิดขึ้นของบริษัทในลักษณะดังกล่าวเช่นกัน โดยเป็นการตั้งตัวแทนอำพราง (Nominee) ที่เป็นคนไทยเข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นเพื่อให้นิติบุคคลหรือบริษัทที่ตั้งขึ้นได้ชื่อว่าเป็นนิติบุคคลหรือบริษัทสัญชาติไทย อันจะส่งผลให้สามารถประกอบกิจการบางประเภทที่สงวนหรือยอมให้บุคคลที่มีสัญชาติไทยเท่านั้นที่สามารถประกอบกิจการดังกล่าวได้ เช่น ธุรกิจที่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือความมั่นคงของประเทศ หรือมีผลกระทบต่อศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี หัตถกรรมพื้นบ้าน หรือทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และธุรกิจที่คนไทยยังไม่มีความพร้อมที่จะแข่งขันในการประกอบธุรกิจกับคนต่างด้าวได้ ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542

อาจกล่าวได้ว่า การบังคับใช้กฎหมายการประกอบธุรกิจต่างด้าว พ.ศ. 2542 ที่ผ่านมา อยู่ในลักษณะของการอะลุ่มอล่วยให้มีการถือหุ้นแทนหรือบริหารกิจการโดยตัวแทนอำพราง (Nominee) ได้ โดยที่หน่วยงานราชการที่ดูแลมิได้มีการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้วอย่างเคร่งครัด ทำให้เกิดกรณีการถือหุ้นแทนโดยกลุ่มบุคคลสัญชาติไทยทั้งในกิจการที่อาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงอย่างกิจการโทรคมนาคม หรือแม้กระทั่งในกรณีของธุรกิจที่มีการสงวนไว้สำหรับคนไทย เช่น การทำนาและปศุสัตว์ ก็พบว่ามีบริษัทจดทะเบียนเข้ามาดำเนินการในลักษณะโฮลดิง มีการถือหุ้นไขว้กันไปมาเป็นชั้นๆ เมื่อรวมสัดส่วนการถือหุ้นแล้ว มีต่างด้าวถือหุ้นเกิน 50%

นอกจากนี้ ยังมีพฤติการณ์ที่ถือเป็นการอำพรางเพื่อเข้ามาทำกิจการที่สงวนไว้สำหรับคนไทยดังกล่าวอีก เช่น อาศัยการแต่งงานกับคนไทยเพื่อทำการซื้อที่ดิน และมีการกว้านซื้อที่ดินเป็นจำนวนมาก เป็นต้น

จากปัญหาการถือหุ้นแทนนักลงทุนต่างด้าว โดยตัวแทนอำพราง (Nominee) ที่เป็นคนไทยเพื่อเข้ามาทำธุรกิจที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ หรือธุรกิจที่มีการสงวนไว้สำหรับบุคคลสัญชาติไทยนั้น กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักในการบังคับใช้กฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ควรจะลงมากำหนดมาตรการเพื่อให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

แนวทางและมาตรการในการตรวจสอบและป้องปรามการกระทำอันมีลักษณะเป็นการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว ควรจะต้องมีการตรวจสอบทั้งในชั้นก่อนรับจดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลใหม่ และต้องมีกระบวนการตรวจสอบหลังจากจดทะเบียนจัดตั้งไปแล้ว โดยก่อนจดทะเบียนควรจะตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่แสดงฐานะทางการเงินของผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นว่าสอดคล้องกับจำนวนเงินที่นำมาลงหุ้นหรือไม่

หลังจากจดทะเบียนจัดตั้งแล้ว หากบุคคลหรือนิติบุคคลใดมีพฤติการณ์ที่ทำให้เกิดข้อสงสัยหรือมีการกระทำที่เข้าข่ายเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) แล้ว กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก็ควรเข้าไปตรวจสอบในเชิงลึกตั้งแต่ข้อมูลทางทะเบียน งบการเงิน โครงสร้าง ผู้ถือหุ้น ตลอดจนอำนาจกรรมการ แหล่งที่มาของเงินทุนและเงินกู้ยืม รวมถึงอำนาจควบคุมบริษัท อำนาจการบริหารจัดการ

นอกจากนี้ ควรจะเข้าไปพิจารณาถึงข้อบังคับของบริษัทว่ามีการให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นต่างด้าวมากกว่าผู้ถือหุ้นคนไทยในเรื่องสำคัญ เช่น สิทธิในการออกเสียงลงคะแนน การจ่ายเงินปันผลหรือการแบ่งคืนทุนเมื่อเลิกกิจการหรือไม่

การที่จะป้องปรามปัญหาการเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) เข้าไปถือหุ้นแทน หรือการรับจ้างเป็นผู้บริหารเงาได้นั้น หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าไปทำการตรวจสอบเชิงลึก และบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายการประกอบกิจการของคนต่างด้าวอย่างเคร่งครัด

เจ้าหน้าที่รัฐไม่ควรอยู่ในสภาพของการหลับตาข้างหนึ่งหรืออะลุ่มอล่วยให้เกิดการเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) เพื่อถือหุ้นแทน หรือรับจ้างเป็นผู้บริหารเงินโดยผิดกฎหมาย เพราะหากยังคงปล่อยไว้ในที่สุดก็จะไม่สามารถจัดการกับปัญหาได้จนทำให้เกิดปัญหาในการประกอบอาชีพที่ต้องการสงวนรักษาไว้สำหรับคนไทยหรืออาชีพที่คนไทยยังไม่มีความพร้อมที่จะแข่งขันกับคนต่างด้าวได้

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69