
เศรษฐกิจฟื้นยานยนต์รุ่ง
แอสเซทพลัสออกกองทุนลุยซื้อหุ้นตปท.
แอสเซทพลัสออกกองทุนลุยซื้อหุ้นตปท.
ตั้งเป้าผลตอบแทน9%ในเวลา9เดือน
บลจ.แอสเซท พลัส มองธุรกิจยานยนต์รุ่ง รับเศรษฐกิจฟื้น ส่งกองทุน ASPSTARS5 ลุยหุ้นยานยนต์ในต่างประเทศ
นางลดาวรรณ เจริญรัชต์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกเริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ช่วยสนับสนุนความเชื่อมั่นและสร้างกำลังซื้อจากผู้บริโภคมากขึ้น บริษัทจึงประเมินว่าปี 2556 ธุรกิจยานยนต์จะได้รับประโยชน์และมีโอกาสเติบโตสูงจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยความต้องการซื้อส่วนใหญ่จะมาจากการฟื้นตัวของความต้องการในประเทศสหรัฐและจีน ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของโลก
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาสัดส่วนการครอบครองรถยนต์ในตลาดเกิดใหม่ของประเทศจีน อินเดีย และบราซิล ยังอยู่ในระดับต่ำมาก เฉลี่ยสัดส่วนรถยนต์ต่อจำนวนประชากรในประเทศจีนอยู่ที่ประมาณ 69 คันต่อประชากร 1,000 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการขยายตัวของธุรกิจยานยนต์ ซึ่งยังมีอยู่สูงมาก โดยคาดว่าความต้องการรถยนต์ในจีนจะเติบโตเพิ่มขึ้นสูงกว่า 10% ในปี 2556 ประกอบกับยอดขายรถยนต์ในเอเชียเพิ่มขึ้น 18.3% และในสหรัฐเพิ่มขึ้น 14.2% ในเดือน ธ.ค. 2555 ขณะที่ยอดขายรถในสหรัฐยังคงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องในเดือน ม.ค. 2556 โดยยอดขายของโตโยต้าเติบโต 27% ฟอร์ดเติบโต 21.8% และจีเอ็มเติบโต 15.9%
นอกจากนี้ จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้ค่าเงินเยนมีแนวโน้มอ่อนค่า โดยปัจจัยดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมศักยภาพการทำกำไรต่อธุรกิจยานยนต์ในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงเพิ่มความสามารถในการจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงขึ้นได้
นางลดาวรรณ กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 612 ก.พ. 2556 บริษัทจึงเปิดขายกองทุนเปิดแอสเซทพลัสสตาร์ 5 (ASPSTARS5) เน้นลงทุนในหุ้นบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ในต่างประเทศที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีการเติบโตในธุรกิจสูง โดยสามารถปรับสัดส่วนการลงทุนในหุ้นให้เหมาะสมกับภาวะตลาด ในช่วงที่ตลาดดีอาจลงทุนหุ้นเต็ม 100% หากภาวะตลาดไม่ดีสามารถลดสัดส่วนโดยไม่ถือครองหุ้นเลยก็ได้
“กองทุนมีเป้าหมายสร้างผลตอบแทน 9% ภายใน 9 เดือน ด้วยวิธีรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติเมื่อมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ปรับขึ้นผ่านระดับ 10.90 บาท จากราคาเริ่มต้นที่ 10 บาท” กรรมการผู้จัดการ กล่าว
สำหรับหุ้นเป้าหมายที่กองทุนจะให้น้ำหนักการลงทุนอยู่ในบริษัทชั้นนำด้านธุรกิจยานยนต์ เช่น ผู้ผลิตรถยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ รวมถึงบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของยอดขายรถยนต์เป็นหลักและเพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง ผู้จัดการกองทุนสามารถพิจารณาการลงทุนในกลุ่มธุรกิจอื่นๆ เพิ่ม ได้แก่ สถาบันการเงิน ธุรกิจประกันภัย และธุรกิจสื่อสารและเทคโนโลยี เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนให้ถึงเป้าหมายของกองทุน







