
หุ้นปิดตลาดยืนเหนือ 800 จุด
ดัชนีหุ้นวันนี้ สามารถยืนเหนือระดับ 800 จุดที่เป็นแนวรับสำคัญได้โดย ปิดที่ระดับ 801.32 จุดเพิ่มขึ้น 13.34จุดหรือเพิ่มขึ้น 1.69% ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 2.8หมื่นล้านบาท นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานตามแนวโน้มราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากก่อนหน้านี้หุ้นกลุ่มนี้ราคาปรับขึ้นไม่มากเพราะทิศทางราคาน้ำมันยังไม่ชัดเจน
ดัชนีหุ้นวันนี้ สามารถยืนเหนือระดับ 800 จุดที่เป็นแนวรับสำคัญได้โดย ปิดที่ระดับ 801.32 จุดเพิ่มขึ้น 13.34จุดหรือเพิ่มขึ้น 1.69% ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 2.8หมื่นล้านบาท นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานตามแนวโน้มราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากก่อนหน้านี้หุ้นกลุ่มนี้ราคาปรับขึ้นไม่มากเพราะทิศทางราคาน้ำมันยังไม่ชัดเจน
ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดและต่ำสุดในช่วงเช้าที่ 803.29 จุด และ 795.26 จุด และก่อนปิดตลาดดัชนีย่อลงมาเล็กน้อย
การปรับตัวขึ้นของดัชนีหุ้นไทยวันนี้เป็นไปตามตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ปรับตัวขึ้นเพราะนักลงทุนเชื่อว่าเป็นภูมิภาคที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัว ภายหลังประเมินสถานการณ์ปัญหาหนี้ในกลุ่มประเทศยุโรปไม่รุนแรงเท่าวิกฤติซับไพร์ม(อสังหาริมทรัพย์คุณภาพต่ำ)ในสหรัฐที่เป็นต้นตอของวิกฤติเศรษฐกิจโลกเมื่อปลายปี 2551
หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่
1.PTT ปิดที่ 270 บาท เพิ่มขึ้น 8 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,111.18 ลบ.
2.PTTAR ปิดที่ 30 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,419.56 ลบ.
3.BANPU ปิดที่ 630 บาท เพิ่มขึ้น 20 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,278.45 ลบ.
4.PTTEP ปิดที่ 151 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,957.97 ลบ.
5.TOP ปิดที่ 52.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,529.01 ลบ.
นายอดิศักดิ์ คำมูล ผู้อำนวยการเศรษฐกิจและกลยุทธ์ สถาบันวิจัยเคจีไอ บล.เคจีไอ(ประเทศไทย)ประมาณการว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันพรุ่งนี้มีโอกาสที่ดัชนีจะเป็นไปได้ทั้งปรับตัวขึ้นและลงในระดับไม่เกิน 10 จุดโดยมีแนวรับที่ 790 จุดและแนวต้านที่ 805-808 จุด โดยในระดับดัชนีที่ 800 จุดเป็นจุดสำคัญที่นักเก็งกำไรพร้อมจะขายหุ้นออกมาทำกำไรระยะสั้น แล้วเข้าซื้อต่อเมื่อราคาอ่อนตัว ขณะที่ทุนยังไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นจึงแนะนำให้นักลงทุนระยะกลางและระยะยาวเข้าซื้อหุ้นรายตัวเพื่อการลงทุน เพราะเชื่อว่าเงินทุนยังไหลเข้าต่อเนื่องโดยคาดว่าทั้งปีกำไรของตลาดจะปรับขึ้น 10.9% เป็นมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 5 แสนล้านบาทจากปีก่อน 4.5 แสนล้านบาท







