
ดัชนีหุ้นปิดเช้าลบ 2.88 จุด
หุ้นไทยผันผวนตามแรงโยกเงินทุนไปเก็งกำไรตราสารหนี้ ส่งผลดัชนีภาคเช้าลดลง 2.88 จุด ซื้อขายกว่า 3 หมื่นล้าน
หุ้นไทยผันผวนตามแรงโยกเงินทุนไปเก็งกำไรตราสารหนี้ ส่งผลดัชนีภาคเช้าลดลง 2.88 จุด ซื้อขายกว่า 3 หมื่นล้าน
ตลาดหุ้นไทยวันที่ 6 ก.พ. ดัชนีหุ้นจะเปิดตลาดในแดนบวกก็ตาม แต่หลังจากนั้นได้แกว่งตัวลดลง โดยมีแรงขายในหุ้นพลังงานเป็นหลัก รองลงมาได้แก่กลุ่มธนาคารพาณิชย์ เป็นตัวฉุดให้ดัชนีมาปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ระดับ 1,502.84 จุด ลดลง 2.88 จุด หรือ 0.19% มูลค่าการซื้อขาย 30,277.15 ล้านบาท
5 อันดับหุ้นที่มีการซื้อขายสูงสุด
1.CK ปิดที่ 23 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท หรือ 3.14%มูลค่าการซื้อขาย
2.PTT ปิดที่ 363 บาท ลดลง 4 บาท หรือ 1.09%มูลค่าการซื้อขาย 1,279ล้านบาท
3.BTS ปิดที่ 8.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.20บาท หรือ 2.5% มูลค่าการซื้อขาย 1,140 ล้านบาท
4.ITD ปิดที่ 6.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.45 บาท หรือ 7.14% มูลค่าการซื้อขาย 1,095 ล้านบาท
5.ADVANC ปิดที่ 201 บาท ลดลง 3 บาท หรือ 1.47% มูลค่าการซื้อขาย 1,034 ล้านบาท
นายธวัชชัย อัศวพรไชย ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ทางฝ่ายวิจัยคาดว่าหุ้นมีแนวโน้มผันผวนในกรอบกว้างที่ 1,480-1,530 จุด แนะนำการลงทุนให้เก็งกำไรเล่นรอบกลับคืน
ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ให้นักลงทุนระมัดระวังการลงทุน เนื่องจากตลาดหุ้นโลกพร้อมจะปรับฐานลดลง ดังนั้นหากลงทุนให้เลือกกลุ่มหุ้นที่ยังขึ้นน้อยกว่าตลาด และมีอัตราผลตอบแทนต่อเงินปันผลเกินระดับ4% เพื่อป้องกันความเสี่ยง อย่างเช่น บริษัท น้ำมันพืชไทย(TVO) บริษัท สหมิตรเครื่องกล( SMIT) เป็นต้น
ทางด้านบล.ทรีนีตี้ ระบุว่า สาเหตุที่วานนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยถึง3,000 ล้านบาท แต่มียอดซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้ไทย และค่าเงินบาทยังคงแข็งค่า น่าจะพออธิบายได้ว่าการขายสุทธิในตลาดหุ้นของต่างชาติน่าจะเป็นการโยกเงินจากหุ้นเข้าสู่ตราสารหนี้มากกว่าเป็นการไหลออกของกระแสเงินต่างชาติ ตราบใดตลาดตราสารหนี้ไทยยังคงมีอัตราผลตอบแทนที่สูง







