
หอการค้าไทยกระทุ้งรัฐเร่งวาแผนแก้ศก.แนะเจรจาม็อบหาทางออก
หอการค้าไทย เรียกร้องรัฐบาลวางแผนแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ก่อนมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง พร้อมเรียกร้องเปิดเวทีเจรจาอีกครั้งเพื่อหาทางออกให้ประเทศ
หอการค้าไทย เรียกร้องรัฐบาลวางแผนแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ก่อนมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง พร้อมเรียกร้องเปิดเวทีเจรจาอีกครั้งเพื่อหาทางออกให้ประเทศ
นายดุสิต นนทะนาคร ประธานคณะกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองเริ่มส่งผลให้เศรษฐกิจเข้าสู่วิกฤต เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ จนเป็นเหตุให้หลายประเทศขาดความเชื่อมั่น และแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวให้ทบทวนการเดินทางมาไทย หอการค้าไทยจึงต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งวางแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เช่น วางแผนการใช้งบประมาณ แก้ปัญหามาบตาพุด เป็นต้น ให้แล้วเสร็จก่อนเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ โดยจะนำข้อเสนอเหล่านี้เข้าหารือกับที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ในวันที่ 5 เม.ย. นี้
ทั้งนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยที่เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นในตอนนี้ ยังไม่ได้เข้มแข็งอย่างถาวร ถ้าไม่เร่งแก้ไขปัญหาประเทศไทยจะเป็นประเทศสุดท้ายที่เศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัว เพราะการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจไม่สามารถหวังพึ่งภาคเอกชนอย่างเดียวได้ ต้องอาศัยภาครัฐเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนและเอกชนจะเป็นฝ่ายเสริมเข้ามาเท่านั้น
“การยุบสภาหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองตามวาระในวิธีการใดก็ตาม หรือจะช้าจะเร็วแค่ไหน ก็ไม่สำคัญ แต่รัฐบาลต้องใช้เวลาที่เหลืออยู่เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้เรียบร้อยก่อน อย่ารีบร้อนทำในสิ่งที่ไม่ได้ประโยชน์กับใคร และอย่าคำนึงถึงระยะเวลาให้มากเกินไป แต่ต้องคิดถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก เพราะถ้าไม่ยุติปัญหาประเทศจะอยู่ไม่ได้ ประชาชนจะลำบาก และมีปัญหาต่อรายได้” นายดุสิต กล่าว
สำหรับการประเมินสถานการณ์ตามสถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ผ่านสนามบินสุวรรณภูมิในช่วงเดือนมี.ค. จะอยู่ที่ 4.5 หมื่นคนต่อวัน แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์นักท่องเที่ยวลดลงอยู่ที่ 3.8 หมื่นคนต่อวัน และมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ซึ่งศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลับหอการค้าไทย คาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวจะหายไปประมาณ 20-30% คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 8,000 – 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะกระทบต่อการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคของประชาชนและการจ้างงานตั้งแต่เดือนพ.ค.-มิ.ย. โดยพบว่าการบริโภคเริ่มหดตัวลงเฉลี่ยวันละ 500-800 ล้านบาท และการท่องเที่ยวมีรายได้หดตัวลงวันละ 200-500 ล้านบาท
ขณะเดียวกันนักลงทุนและนักธุรกิจชาวต่างชาติเริ่มหวั่นไหวต่อสถานการณ์ที่ไม่มีท่าทีว่าจะยุติ ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศเข้าขั้นวิกฤต เนื่องจากเงินทุนหมุนเวียนไม่เข้าประเทศ ขาดเงินไปจ้างงาน ไม่มีเงินไปจับจ่ายเพื่อการบริโภค การพัฒนาประเทศจะหยุดชะงักและสูญเสียโอกาสในการแข่งขัน
ทั้งนี้ จึงเรียกร้องให้ทั้งรัฐบาล และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พิจารณาและดำเนินการ ดังนี้ 1 ให้รัฐบาลแกไขปัญหาเศรษฐกิจและงานที่ค้างอยู่ให้เสร็จ และจัดทำแผนงานให้ชัดเจนในช่วงเวลาที่เหลือ 2.แก้ปัญหาปราบปรามคอรัปชั่น สร้างความโปร่งใสให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม 3. รักษาและบังคับใช้กฎหมาย ไม่ให้เกิดข้อครหาในเรื่อง 2 มาตรฐาน 4.แก้ไขมาบตาพุดให้เรียบร้อย
ในส่วนของนปช. 1.ขอให้ใช้ความอดทน อดกลั้น โดยคำนึงถึงจุดมุ่งหมายหลักของท่านและความสงบในการชุมนุม รวมทั้งพิจารณาแต่งตั้งตัวแทนเข้าหารือกับรัฐบาลเพื่อหาทางออกในการแก้ปัญหาของประเทศชาติต่อไป เพราะเมื่อการเจรจาในครั้งก่อนไม่สำเร็จ ก็ควรเปลี่ยนกลยุทธ์ในการเจรจาใหม่ 2. เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์หวังว่าชาวไทยจะได้ฉลองสงกรานต์กับครอบครัวด้วยความสุขที่ภูมิลำเนา







