posttoday
อีซี่บายแหยงซื้อรถคันแรกผลักหนี้เสียพุ่ง

อีซี่บายแหยงซื้อรถคันแรกผลักหนี้เสียพุ่ง

05 กุมภาพันธ์ 2556

หวั่นรถคันแรกทำหนี้ครัวเรือนพุ่ง อีซี่ บาย หดเป้าสินเชื่อเหลือ 6% แหยงความสามารถชำระของลูกหนี้

หวั่นรถคันแรกทำหนี้ครัวเรือนพุ่ง อีซี่ บาย หดเป้าสินเชื่อเหลือ 6% แหยงความสามารถชำระของลูกหนี้

นายทาเคฮารุ อุเอมัทซึ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีซี่ บาย ผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล กล่าวว่า นโยบายของบริษัทในปีนี้จะปรับเป้าการขยายสินเชื่อให้ลดลงเหลือ 6% จากปีที่ผ่านมาเติบโตได้ 7% โดยมีสินเชื่อคงค้าง 3 หมื่นล้านบาท สาเหตุที่ตั้งใจปล่อยสินเชื่อลดลง เป็นผลจากนโยบายรถคันแรกของรัฐบาล ซึ่งอาจมีผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า เนื่องจากมีภาระหนี้เพิ่มขึ้น

นายอุเอมัทซึ กล่าวว่า ขณะนี้รถยนต์คันแรกยังไม่ได้รับมอบรถยนต์ แต่จะทยอยส่งมอบกันในช่วงครึ่งหลัง ซึ่งการซื้อรถยนต์จะต้องมีการซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติม ทำให้ผู้ซื้อมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นนอกจากค่างวดรถยนต์ จึงอาจทำให้ผู้ซื้อตกใจภายหลังว่ามีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกมาก

ดังนั้น เมื่อรายได้ไม่พอก็อาจต้องขอสินเชื่อส่วนบุคคลกับสถาบันการเงินในบางส่วน ทำให้ต้องเลือกลูกค้า และระมัดระวังโดยหลีกเลี่ยงลูกค้าที่มีความเสี่ยงต่อการชำระหนี้เพื่อไม่ให้เกิดหนี้เสีย

“เราต้องระมัดระวัง เพราะเราไม่แน่ใจว่าในช่วง 1 ปีที่ลูกค้าต้องถือครองรถยนต์คันแรก จะมีความสามารถผ่อนชำระได้” นายอุเอมัทซึ กล่าว

ปัจจุบัน อีซี่ บาย มีหนี้เสียอยู่ประมาณ 2% ของสินเชื่อรวม ซึ่งถือว่าต่ำกว่าคู่แข่งด้วยกัน โดยปีนี้จะพยายามเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มีฐานเงินเดือนสูงขึ้น หลีกเลี่ยงกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มีรายได้น้อย

ทั้งนี้ จะมีการปรับเงื่อนไขการสมัครสินเชื่ออีซี่ บาย จากผู้มีรายได้ขั้นต่ำเดือนละ 7,000 บาทขึ้นไป ในเร็วๆ นี้จะขยับรายได้ขั้นต่ำเป็นเดือนละ 1 หมื่นบาท เพราะผู้สมัครใหม่ที่มีรายได้เดือนละ 7,000 บาท ส่วนใหญ่ไม่ผ่านการอนุมัติสินเชื่อ แต่โดยเฉลี่ยรายได้ของลูกค้าใหม่จะมีรายได้เดือนละ 1.3 หมื่นบาทขึ้นไป

สำหรับเป้าหมายจะเพิ่มลูกค้าใหม่ 2.25 แสนราย จากปีที่ผ่านมาได้ลูกค้าใหม่ 2.23 แสนราย และปี 2554 ได้ลูกค้าใหม่ 1.99 แสนราย โดยปัจจุบันอีซี่ บาย มีลูกค้าทั้งสิ้น 2 ล้านราย โดยในจำนวนนี้ 1 ล้านราย เป็นลูกค้าที่อยู่ระหว่างผ่อนชำระ เป็นลูกค้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 30% อีก 70% เป็นลูกค้าต่างจังหวัด

นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เรื่องหนี้ภาคครัวเรือนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ประเมินว่ามีแนวโน้มที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นการมองเพียงด้านเดียว ไม่ได้มองด้านรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายเพิ่มค่าจ้าง 300 บาทต่อวัน เงินเดือน 1.5 หมื่นบาท และการจำนำข้าวตันละ 1.5 หมื่นบาท

“ตอนนี้รัฐบาลได้สั่งให้สภาพัฒน์ไปสำรวจดูตัวเลขรายได้และหนี้สินของประชาชนที่ว่าเพิ่มขึ้นเท่าไร เพื่อแสดงให้เห็นว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นยังมากกว่าหนี้ที่เพิ่มมากขึ้น” ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท