posttoday
ระยะเฝ้าระวังฟองสบู่

ระยะเฝ้าระวังฟองสบู่

04 กุมภาพันธ์ 2556

ในสัปดาห์นี้ ทางสายงานธุรกิจตลาดทุนธนาคารกสิกรไทย คาดว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบที่แข็งค่าขึ้นจากสัปดาห์ก่อน โดยคาดว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 29.7029.90 บาท/เหรียญสหรัฐ

ในสัปดาห์นี้ ทางสายงานธุรกิจตลาดทุนธนาคารกสิกรไทย คาดว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบที่แข็งค่าขึ้นจากสัปดาห์ก่อน โดยคาดว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 29.7029.90 บาท/เหรียญสหรัฐ

มองว่าเงินบาทมีทิศทางที่เคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ เช่นเดิมจากสัปดาห์ก่อน หลังผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวหลังจากที่ได้ปรึกษาหารือกับคณะจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยว่า ธปท.คงจะอุ้มค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับใดระดับหนึ่งไม่ได้ เนื่องจากมีหลายปัจจัยเกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนที่เป็นปัจจัยภายนอก

อย่างไรก็ดี ธปท.ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์ และพยายามรักษาความสมดุลของเงินทุนไหลเข้าออก

ตัวเลขเศรษฐกิจโลกที่ออกมาในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น มีส่วนที่น่าพอใจและน่าผิดหวัง ทำให้เรามองว่าภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ยังคงไม่ชัดเจน โดยในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานำโดยอังกฤษที่ประกาศตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4 หดตัวลง 0.3% จากไตรมาสก่อน แต่ตัวเลขทางเศรษฐกิจในยูโรโซนโดยมากออกมาในทิศทางบวก ตัวเลขความเชื่อมั่นในเยอรมนีจากสถาบัน IFO และ G ตลอดจนตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคในยูโรโซนเดือน ม.ค. ปรับตัวดีขึ้น และเงินฝากของธนาคารในกรีซเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 4 ในเดือน ธ.ค. สะท้อนให้เห็นถึงสภาวะทางการเงินปรับตัวดีขึ้น แต่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของอิตาลีในเดือน ม.ค. ลดลงสู่จุดต่ำสุดตั้งแต่เริ่มบันทึกข้อมูลในปี 2539 เนื่องจากประสบภาวะเศรษฐกิจถดถอยเป็นเวลานาน ขณะที่สหรัฐรายงานตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4 หดตัว 0.1% จากไตรมาส 3 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ (Conference Board) ปรับลงสู่ 58.6 ในเดือน ม.ค. เทียบกับ 66.7 ในเดือนก่อน เนื่องจากภาษีรายได้ที่เพิ่มขึ้น และความกังวลด้านปัญหาการคลัง ขณะที่ตลาดคาดราคาบ้าน S&P/CaseShiller สำหรับ 20 เมืองใหญ่ในเดือน พ.ย. เพิ่มขึ้นมากสุดในรอบกว่า 6 ปี สะท้อนว่าตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐปรับดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้สถาบัน ADP เผยภาคเอกชนจ้างงานเพิ่มขึ้น 1.92 แสนตำแหน่งในเดือน ธ.ค.

สภาวะเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียในสัปดาห์ก่อน ธนาคารกลางประเทศอินเดียประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ 7.75% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และกล่าวว่าอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง แต่ไม่มีแนวโน้มเร่งขึ้น ขณะที่ตัวเลขจีดีพีประเทศไต้หวันและฟิลิปปินส์ทั้งปี 2555 ออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ แต่ขยายตัวน้อยลงจากปีก่อน นอกจากนี้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อจากประเทศจีนออกมาน่าผิดหวังที่ระดับ 50.4 จุด โดยน้อยกว่าผลสำรวจล่วงหน้าของ HSBC ที่ออกมาเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้ามาก

ค่าเงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 29.92 และแกว่งอยู่ในกรอบ 29.7130.20 ค่าเงินบาท โดยปรับตัวอ่อนค่าจากสัปดาห์ก่อน การแข็งค่าของเงินบาทเริ่มชะลอลง เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังมากขึ้นในการซื้อขาย หลังจากทางการเผยว่ามีความกังวลกับการแข็งค่าที่รวดเร็ว รัฐมนตรีคลังออกมากล่าวย้ำถึงการใช้อัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อชะลอการไหลเข้าของเงินทุนต่างประเทศ ทำให้ตลาดเริ่มเห็นถึงความเป็นไปได้มากขึ้นที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ในขณะเดียวกันข้อมูลเศรษฐกิจและการเงินของ ธปท.สำหรับเดือน ธ.ค. บ่งชี้ถึงกิจกรรมเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงจากเดือน พ.ย. ณ วันศุกร์ เหรียญสหรัฐ/บาท อยู่ที่ระดับ 29.81 (เวลาประมาณ 18.00 น.)

ค่าเงินยูโร เปิดตลาดที่ 1.3463 ในสัปดาห์ที่ผ่านมา และปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ จากความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับในสัปดาห์ก่อนหน้า อีซีบี เผยว่า ธนาคารพาณิชย์ที่กู้เงินผ่านโปรแกรมกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่เรียกว่า โปรแกรม LongerTerm Refinancing Operations (LTRO) จะทยอยคืนเงินกู้เร็วกว่ากำหนดและมากกว่าจำนวนที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรกจำนวน 1.372 แสนล้านยูโร ทำให้ตลาดมีความเชื่อมั่นมากขึ้นต่อเศรษฐกิจยูโรโซน

ในช่วงปลายสัปดาห์ ค่าเงินยูโรพุ่งขึ้นไปอยู่ในระดับสูงสุดรอบ 15 เดือน โดยได้รับแรงหนุนจากผลการประชุม FOMC บ่งชี้ว่าเฟดเห็นสัญญาณเรื่องการขยายตัวของสหรัฐอ่อนแรงลงจากปัจจัยชั่วคราว ทำให้เฟดย้ำว่าจะยังคงซื้อสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง จำนวน 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ/เดือน จนกว่าอัตราการว่างงานจะต่ำกว่าเป้าหมายที่ 6.5% และนั่นหมายถึงเงินเหรียญสหรัฐจะมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่องและหนุนมูลค่าของเงินยูโร อย่างไรก็ตาม ตลาดให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจยูโรน้อยลง เนื่องจากความเสี่ยงการของแตกแยกของกลุ่มยูโรโซนลดลงมากวันศุกร์ ดอลลาร์/บาท อยู่ที่ระดับ 1.3660 (เวลาประมาณ 18.00 น.)

ค่าเงินเยน เปิดตลาดที่ระดับ 90.90 ค่าเงินเหรียญสหรัฐ/เยน แกว่งอยู่ในกรอบ 90.3092.29 คือเงินเยนอ่อนค่าลงจากสัปดาห์ก่อนต่อเนื่อง ทั้งนี้นักลงทุนยังคงเทขายเงินเยนตามมุมมองที่ว่า แนวทางการดำเนินนโยบายการเงินและการคลังที่ผ่อนคลายมากขึ้นในญี่ปุ่น บวกกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัวลง จะเพิ่มแรงกดดันให้เงินเยนอ่อนค่าต่อเนื่อง แม้ว่าในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาค่าเงินเยนอ่อนค่าเทียบกับสกุลเงินเหรียญสหรัฐแล้วถึง 5.9% และผลการสำรวจจากนักวิเคราะห์ทั่วไปล่าสุด (ข้อมูลจากบลูมเบิร์ก) ยังมองว่าเงินเยนจะอยู่ที่ระดับ 90 เยน/เหรียญสหรัฐในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งทำให้มีความเสี่ยงว่าอาจจะมีการซื้อคืนเงินเยนในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า อย่างไรก็ดี แนวโน้มการอ่อนค่าของเงินเยนได้ถูกตอกย้ำอีกครั้งในระหว่างสัปดาห์ จากความเห็นของรองผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ว่าโอกาสที่จะใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินนั้นยังมีอยู่ หากบีโอเจประเมินว่าภาวะเศรษฐกิจและระดับอัตราเงินเฟ้อนั้นไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

ทั้งนี้ความเห็นของเขาสอดคล้องกับข้อมูลอัตราการว่างงานที่สูงขึ้นในเดือนธ.ค. คือ 4.2% จาก 4.1% ในเดือนก่อนหน้า และข้อมูลการใช้จ่ายของครัวเรือนลดลง 0.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน ปัจจัยที่ตลาดกำลังจับตาดูต่อไปคือ ตัวเลือกสำหรับตำแหน่งผู้ว่าการบีโอเจคนใหม่เมื่อนาย มาซาอากิ ชิรากาว่า หมดวาระลงในเดือนเม.ย. ซึ่งคาดว่าจะเป็นผู้ซึ่งพร้อมจะดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางการเงินอย่างเต็มที่ และตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯที่มีแนวโน้มโน้มปรับตัวดีขึ้นยังเป็นอีกตัวแปรหนึ่งที่อาจส่งผลให้เงินเยนถูกกดดันต่อเนื่อง ณ วันศุกร์ ดอลลาร์/เยน อยู่ที่ระดับ 92.17 (เวลาประมาณ 18.00 น.)

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน