
เงินเฟ้อม.ค.พุ่ง3.39%
วัชรี วิมุกตายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ)
วัชรี วิมุกตายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ)
เดือน ม.ค. 2556 เท่ากับ 104.44 สูงขึ้น 3.39% เมื่อเทียบกับเดือน ม.ค. 2555 และสูงขึ้น 0.16% เมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. 2555
สำหรับปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นมาจากดัชนีราคาหมวดอาหารและเครื่องดื่ม 4.30% สินค้าที่ราคาแพงขึ้น เช่น ข้าว แป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้ง 0.58% หมวดเนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ และสัตว์น้ำสูงขึ้น 1.06% ผักและผลไม้สูงขึ้น 17.24% เครื่องประกอบอาหารสูงขึ้น 0.52% เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์สูงขึ้น 2.33% และอาหารสำเร็จรูปสูงขึ้น 2.77%
เคาะ 5 มาตรการอุ้มเอสเอ็มอี
ที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อดูแลเอสเอ็มอีที่มี นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ใช้ 5 มาตรการเร่งด่วนเพื่อดูแลเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากค่าแรง 300 บาท ประกอบด้วย 1.โครงการอัดฉีดเงินทุนหมุนเวียน โดยการชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ 3% ในปีแรกสำหรับเอสเอ็มอีที่กู้เงินทุนหมุนเวียนจากสถาบันการเงินในวงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยเหลือเอสเอ็มอีได้ 6,300 ราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อ 6,300 ล้านบาท
2.โครงการร่วมลงทุนกับเอสเอ็มอีเพื่อพัฒนาเครื่องจักรในสัดส่วนไม่เกิน 1535% ของทุนจดทะเบียน แต่ไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลาการร่วมลงทุน 5 ปี 3.มาตรการด้านการส่งเสริมการลงทุน คือ การยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรและยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี เป็นสัดส่วน 100% ของเงินลงทุนไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี โดยไม่จำกัดวงเงินให้กับเอสเอ็มอีใน 57 กิจการ
4.โครงการคลินิกอุตสาหกรรม ช่วยเหลือเอสเอ็มอีภาคการผลิตพัฒนาผลิตภาพและลดต้นทุนจำนวน 3,236 ราย ใช้งบประมาณ 201.75 ล้านบาท และ 5.การยกเว้นค่าธรรมเนียมและค่าบริการรายปี ตาม พ.ร.บ.โรงงาน ต่อไปอีกเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยจะเริ่มตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นไป
กสท.เล็งประมูลทีวีดิจิตอล
ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) และประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมและกำกับการแข่งขันในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กล่าวว่า กสท.จะร่างเกณฑ์การประมูลทีวีดิจิตอลให้เสร็จในเดือน ก.พ.นี้ โดยแนวทางเบื้องต้นที่คณะอนุกรรมการฯ เสนอแก่ผู้ประกอบการโทรทัศน์สองทางคือ 1.เปิดให้ผู้ประกอบการ 1 ราย ถือครองได้ไม่เกิน 2 ช่อง ซึ่งจะมีผู้ประกอบการเข้ามาทำธุรกิจ 19-24 ราย
แนวทางที่ 2.ให้ผู้ประกอบการ 1 ราย สามารถประมูลได้สูงสุด 3 ช่อง ซึ่งจะมีผู้เข้าร่วมประมูลได้ 14 ช่อง มีข้อดีคือส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีศักยภาพสามารถให้บริการช่องได้ทุกประเภท และมีต้นทุนที่ถูกกว่า แต่มีข้อเสียคือมีผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาดน้อย ผู้ประกอบการรายเล็กและกลางอาจไม่มีต้นทุนประมูลช่อง และส่งผลให้รูปแบบรายการขาดความหลากหลาย
นอกจากนี้ ได้ให้ใบอนุญาต (ไลเซนส์) กับผู้ประกอบการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ 3 ประเภท รวม 632 ใบ แบ่งเป็นช่องรายการ 301 ใบ เคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม การให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกและส่วนเชื่อมต่อโครงข่าย 331 ใบ







