
เตือนโบรกฯระวังลูกค้า แต่งบัญชีขอเพิ่มวงเงิน
ก.ล.ต.สั่ง บล.ตรวจเข้มลูกค้าระวังแต่งตัวเลข เพิ่มวงเงินซื้อขาย เล็งรื้อเกณฑ์
ก.ล.ต.สั่ง บล.ตรวจเข้มลูกค้าระวังแต่งตัวเลข เพิ่มวงเงินซื้อขาย เล็งรื้อเกณฑ์
นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (บล.) ว่า ได้ข้อสรุปให้บริษัทหลักทรัพย์เข้มงวดและระมัดระวังในการทำความรู้จักลูกค้า (Know-Your-Customer/ Customer Due Diligence : KYC/CDD) ทั้งในส่วนฐานะทางการเงิน แหล่งรายได้และทรัพย์สินที่ลูกค้าได้แสดงไว้ รวมถึงการพิจารณาให้วงเงินซื้อขายหลักทรัพย์แก่ลูกค้าอย่างเหมาะสมกับฐานะปัจจุบัน
ทั้งนี้ ก.ล.ต.เน้นกรณีลูกค้าที่ซื้อขายหลักทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์ต้องวางเงินสดไว้ล่วงหน้าเต็มจำนวน (แคชบาลานซ์) หรือลูกค้าที่มีการโอนหลักทรัพย์ในมูลค่าสูง เพื่อเพิ่มวงเงินซื้อขายหลักทรัพย์ และต่อมาได้โอนหลักทรัพย์ดังกล่าวออกไป เพื่อให้สอดคล้องกับฐานะการเงิน และความสามารถในการชำระหนี้ที่แท้จริงของลูกค้า ซึ่งจะทำให้การบริหารความเสี่ยงของ บล.เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และรักษาความเชื่อมั่นต่อระบบโดยรวมได้
นอกจากนี้ ให้สมาคมพิจารณากำหนดแนวทางที่เหมาะสมเกี่ยวกับการโอนหลักทรัพย์ระหว่างลูกค้า เพื่อป้องกันการกระทำที่ไม่เหมาะสมหรือทุจริต
“ได้ตกลงร่วมกันที่จะปรับปรุงแนวทางการทำ KYC/CDD และการพิจารณาให้วงเงินซื้อขายที่สมาคมใช้มาตั้งแต่ปี 2550 ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์” นายวรพล กล่าว
นอกจากสำนักงาน ก.ล.ต.ได้มีหนังสือถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2556 เพื่อแจ้งให้ทราบว่าการลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางรางบีทีเอส โกรท (BTSGIF) ของบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) ไม่ใช่การลงทุนในส่วนที่เป็นมูลเหตุเกี่ยวข้องกับการแจ้งข้อหาของ DSI และขอทราบว่ามีข้อมูลใดเพิ่มเติมที่จะแสดงให้เห็นเป็นประการอื่นหรือไม่ โดยขอให้ DSI ช่วยพิจารณาแจ้งให้ทราบภายใน 30 วัน เพื่อที่ ก.ล.ต.จะได้พิจารณาคำขอจัดตั้งกองทุนตามกรอบเวลาของกฎหมายภายใน 45 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานครบถ้วน
ด้านตลาดหุ้นไทยพลิกกลับมาวิ่งแรงถึง 25.02 จุด โดยดัชนีปิดที่ระดับสูงสุดของวันที่ 1,499.22 จุด หลังจากวันก่อนหน้าดัชนีร่วงหนักที่สุดในเอเชีย โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 967 ล้านบาท และซื้อตราสารหนี้ไทย 5,547 ล้านบาท จากวันก่อนถล่มขายมากกว่า 7,000 ล้านบาท







