
วัยรุ่นไทยยึดหน้าร้านออนไลน์ผุดธุรกิจผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก
โดย...ธารา ฤทธิ์บุญ
โดย...ธารา ฤทธิ์บุญ
จากการเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ๆ ในโลกอินเทอร์เน็ตที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือ “โซเชียลเน็ตเวิร์ก” ต่างๆ อย่าง เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ไลน์ วอตส์แอพ พินบีบี หรืออินสตาแกรม ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคนรุ่นใหม่ไปแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นไทยในยุคปัจจุบัน
สื่อสังคมออนไลน์ดังกล่าว นอกจากการใช้งานเพื่อการสื่อสารแล้ว ยังมีวัยรุ่นอีกกลุ่มใหญ่เลือกใช้เป็นช่องทางการทำธุรกิจด้วย โดยเฉพาะสินค้าผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เครื่องสำอาง คอลลาเจนชนิดชง รองเท้า กระเป๋า เสื้อผ้า ฯลฯ เนื่องจากเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นทั่วไป ซื้อขายง่าย เพราะมีราคาถูกและมีคุณภาพเหมาะสมกับราคา
ที่สำคัญคือ การทำธุรกิจดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เมื่อมีเครื่องมืออุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มความสะดวก นั่นคือช่องทางขายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก หรือแอพพลิเคชัน โปรแกรม ผ่านอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
ภัสสร พรมเอี้ยง อายุ 21 ปี นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวถึงจุดเริ่มต้นการทำธุรกิจขายผลิตภัณฑ์บำรุงผิวผ่านสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์ก ว่า ต้องการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ในช่วงปิดภาคเรียน โดยเลือกขายผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เพราะเป็นสิ่งที่ใช้เป็นประจำ ทำให้บอกสรรพคุณของสินค้าได้อย่างสนิทใจ
“รูปแบบการขายสินค้าจะเป็นลักษณะซื้อมาขายไป ใช้เงินทุนตั้งต้นเพียงแค่ 4,000 บาท แต่มีรายรับสูงถึง 2 หมื่นบาทต่อเดือนทีเดียว” ภัสสร กล่าว
ปัจจุบันภัสสรเปิดเฟซบุ๊กจำนวน 2 เพจด้วยกัน เพจที่หนึ่งสำหรับลูกค้าที่เป็นเพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้อง ส่วนอีกหนึ่งเพจสำหรับลูกค้าต่างจังหวัด สาเหตุที่เลือกช่องทางนี้เพราะสะดวก เป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่เป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่น ลูกค้าที่ซื้อใช้ก็จะใช้แต่ของเดิม ถ้าเราแนะนำสินค้าตัวใหม่ก็ต้องบอกให้ได้มันดี แตกต่างจากตัวเก่าอย่างไร ซึ่งลูกค้าชอบให้มีโปรโมชันแพ็คคู่ ลดราคาสินค้า หรือแถมสินค้าทดลอง
นอกจากการซื้อมาขายไปของนักศึกษาที่มีเงินทุนในการทำธุรกิจแล้ว ยังมีนักศึกษาอีกกลุ่มหนึ่งที่ประกอบธุรกิจโดยเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า ตามคำสั่งซื้อของลูกค้า เป็นระบบเสือกินเปล่า โดยไม่ต้องลงทุนและไม่มีความเสี่ยงหากขายสินค้าไม่ได้
เบญจวรรณ ทัพทวี อายุ 20 ปี นักศึกษาคณะสาธารณสุขศาสตร์ สาขาสุขศึกษาและพฤติกรรมสุขภาพ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า การทำธุรกิจของตนได้รับอิทธิพลมาจากคำพูดของพ่อ ว่า “ทำไมลูกสาวพ่อไม่เป็นแบบนี้บ้างนะ” ในขณะที่กำลังดูสินค้าจากเฟซบุ๊กของเพื่อนที่ขายรองเท้า ซึ่งขายดีมากๆ อยู่ ทำให้มีแรงกระตุ้นในการคิดที่จะทำอะไรสักอย่าง เพื่อลบคำสบประมาทของพ่อ
เหตุการณ์วันนั้นถือเป็นที่มาของการเกิดธุรกิจขนาดเล็กๆ ที่ชื่อว่า “Beauty ch’shop” เปิดขายสินค้าประเภทครีม กลูตา และเซรัม ซึ่งรูปแบบการทำธุรกิจนั้น มีลักษณะคล้ายกับการขายตรงสินค้าจากองค์กรใหญ่ๆ ที่สร้างเพจขึ้นเพื่อสื่อสารกับลูกค้า พร้อมอัพเดตภาพสินค้าใหม่ๆ ตามความต้องการ แต่จะไม่บรรยายสรรพคุณจนเกินจริง โดยยอมรับว่าอาจทำให้มีลูกค้าน้อย แต่ข้อดีคือมีลูกค้าขาประจำ
สำหรับสินค้าที่ลูกค้าถามหาเป็นจำนวนมาก ทางร้านก็จะให้ลูกค้าสั่งสินค้าพร้อมโอนเงินมาให้ก่อน จากนั้นจึงสั่งสินค้าจากทางบริษัท เหมือนกับเป็นตัวแทนจำหน่าย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจเล็กๆ ได้อย่างดี โดยที่ไม่ต้องใช้เงินทุนเลย
ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภค วัยรุ่นสมัยใหม่นิยมความสะดวกสบายกันมากขึ้น ทั้งยังชอบสินค้าที่มีความหลากหลาย ราคาถูก และสินค้าที่กำลังเป็นที่นิยมในขณะนั้นๆ อีกทั้งยังหลงเชื่อในสรรพคุณที่อาจจะเกินจริง สำหรับบางคนที่อาศัยช่องทางนี้ในการประกอบธุรกิจก็จะบรรยายสรรพคุณของสินค้าจนเกินจริง ทำให้บางครั้งสินค้านั้นอาจจะเกิดผลเสียกับผู้บริโภคก็เป็นได้
สุวจี กุลดิลก นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ สาขาวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า ได้เลือกสื่อสังคมออนไลน์อย่าง “อินสตาแกรม” อีกหนึ่งโซเชียลแอพพลิเคชันที่เป็นที่นิยมของวัยรุ่นเป็นช่องทางค้าขาย โดยการอัพเดตภาพต่างๆ ให้เห็นตัวสินค้าได้ทันที โดยไม่ต้องใช้ข้อความมากมายเพื่อโฆษณาชวนเชื่อ
“สินค้าที่จำหน่ายผ่านหน้าร้านบนอินสตาแกรม จะเป็นกลุ่มสินค้าประเภท เสื้อผ้า น้ำหอม และกระเป๋าที่มียี่ห้อ ทำให้ได้กำไรเยอะ โดยไม่ต้องขายในจำนวนมากก็ได้”
การทำธุรกิจผ่านอินสตาแกรม ทำให้ง่ายต่อการเข้าถึงของลูกค้า อีกทั้งขายเฉพาะ พรีออร์เดอร์ หรือการจองล่วงหน้าเท่านั้น เพื่อลดความเสี่ยงในการเอาทุนไปจม ไม่ต้องสต๊อกสินค้าล่วงหน้า และไม่ต้องเสี่ยงกับสินค้าค้างคงเหลือ ทำให้มียอดขายต่อเดือนกว่า 3 หมื่นบาท
ความสนใจขายของออนไลน์ของ สุวจี มาจากช่วงปิดภาคเรียน ที่พ่อแม่งดค่าขนมเพราะไม่ได้ไปเรียน จึงต้องการหารายได้พิเศษ บวกกับชอบเล่นโซเชียลมีเดียบ่อยๆ เลยเลือกขายสินค้าผ่านทางออนไลน์ เพราะปัจจุบันการขายของออนไลน์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก สามารถออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งประหยัดต้นทุน ขายของได้โดยไม่ต้องเปิดหน้าร้าน ติดต่อกับลูกค้าได้ง่าย สามารถโฆษณาแบ่งปันข้อมูลสินค้าให้ลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องจ้างพนักงาน และสะดวกต่อลูกค้าที่สามารถดูรายละเอียดสินค้า เลือกซื้อสินค้าและตรวจสอบราคาสินค้าผ่านทางออนไลน์ได้
แม้ว่าจะมีหลากหลายเหตุผลที่ดึงดูดให้วัยรุ่นไทยกลุ่มหนึ่ง หันมาสนใจทำธุรกิจออนไลน์กันมากขึ้น แต่ต้องยอมรับว่าผลที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องดี โดยเฉพาะการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
ไม่ว่าจะทำไปเพื่อหาเงินใช้จ่ายเองในชีวิตประจำวัน หรือเพื่อความบันเทิงช็อปปิ้งส่วนตัว แต่อย่างน้อยสุดก็ถือว่าได้ช่วยเหลือแบ่งเบาภาระทางบ้านอีกทางหนึ่ง
ยิ่งในยุคปัจจุบันที่โซเชียลเน็ตเวิร์กได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตมากขึ้น ทำให้กลายเป็นเวทีแจ้งเกิดของธุรกิจเล็กๆ ที่มีแนวโน้มการเติบโตในทิศทางที่ดีตามไปด้วย







