
Stock Futuresอีกทางเลือกช่วงตลาดคึกคัก
เดือนแรกของปีงูเล็กผ่านไปแล้วนะครับ คงต้องยอมรับว่าช่วงนี้ตลาดหุ้นไทยบูมมากๆ ดัชนี SET50 พุ่งแตะระดับ 1,000 จุด สูงสุดตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา ส่วนตลาด TFEX ก็แรงไม่น้อยหน้า Stock Futures ในตลาด TFEX มีปริมาณการซื้อขายพุ่งสูงเป็นเฉลี่ยวันละกว่า 35,000 สัญญา สัปดาห์นี้จึงขอเจาะลึกการซื้อขาย Stock Futures เพื่อให้ผู้ลงทุนที่กำลังศึกษาข้อมูลสามารถนำไปตัดสินใจลงทุนในช่วงตลาดหุ้นคึกคักกันนะครับ
เดือนแรกของปีงูเล็กผ่านไปแล้วนะครับ คงต้องยอมรับว่าช่วงนี้ตลาดหุ้นไทยบูมมากๆ ดัชนี SET50 พุ่งแตะระดับ 1,000 จุด สูงสุดตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา ส่วนตลาด TFEX ก็แรงไม่น้อยหน้า Stock Futures ในตลาด TFEX มีปริมาณการซื้อขายพุ่งสูงเป็นเฉลี่ยวันละกว่า 35,000 สัญญา สัปดาห์นี้จึงขอเจาะลึกการซื้อขาย Stock Futures เพื่อให้ผู้ลงทุนที่กำลังศึกษาข้อมูลสามารถนำไปตัดสินใจลงทุนในช่วงตลาดหุ้นคึกคักกันนะครับ
ลักษณะสำคัญ ประการแรก ที่เป็นจุดเด่นของ Stock Futures คือ ราคา Futures จะมีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับราคาหุ้นอ้างอิง ตัวอย่างเช่น หากราคาหุ้น BTS ปรับตัวเพิ่มขึ้น ราคา BTS ในอนาคตข้างหน้าก็จะมีแนวโน้มปรับเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน ซึ่งทำให้ราคา BTS Futures ซึ่งเป็นราคาที่ตกลงจะซื้อขายหุ้น BTS ปรับสูงขึ้นด้วยเช่นกัน
ประการที่สอง คือ Stock Futures ใช้เงินลงทุนในรูปของการวางหลักประกัน ซึ่งมีระดับต่ำกว่าการลงทุนในหุ้นโดยตรง ตัวอย่างเช่น ในการซื้อ BTS Futures 1 สัญญาต้องวางหลักประกันการซื้อสัญญา Futures ที่ 570 บาท โดยที่ 1 สัญญาเทียบเท่ากับการซื้อหุ้น BTS 1,000 หุ้น ในขณะที่หากซื้อหุ้น BTS โดยตรง 1,000 หุ้น จะต้องใช้เงินเท่ากับราคาหุ้นที่ตกลงจะซื้อคูณ 1,000 ตัวอย่าง เช่น ถ้าซื้อ BTS ที่ราคา 7.20 บาท ก็ต้องจ่ายเท่ากับ 7,200 บาท ในขณะที่เงินหลักประกันจะกำหนดเป็นอัตราคงที่ขึ้นอยู่กับจำนวนสัญญา โดยจะมีการประกาศปรับเปลี่ยนเป็นระยะตามภาวะตลาดและความผันผวนของราคาหุ้นอ้างอิง
ประการที่สาม คือ สามารถขาย Stock Futures ได้โดยไม่ต้องมีการถือครองหุ้นอยู่ก่อน เนื่องจากเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ไม่ได้มีการส่งมอบกันในวันนี้ อีกทั้งยังกำหนดให้มีการส่งมอบในอนาคตเป็นลักษณะของการชำระเงินสดส่วนต่าง จึงไม่ต้องกังวลเรื่องหาหุ้นมาส่งมอบในวันครบอายุของสัญญา
จากลักษณะสำคัญข้างต้นเพียง 3 ประการ ผู้ลงทุนสามารถเข้ามาใช้ Stock Futures ทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงราคาได้เช่นเดียวกับการซื้อขายหุ้น โดยลองมาดูตัวอย่างการทำกำไรในช่วงที่ BTS มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา นะครับ
สมมติให้ผู้ลงทุน ก.ซื้อ BTS เมื่อช่วงต้นเดือนที่ราคา 7.20 ต่อหุ้น เพราะคาดว่าจะปรับสูงขึ้นอีก ต่อมาในช่วงปลายเดือน ม.ค. ราคา BTS ปรับขึ้นจริง จึงขายทำกำไร โดยขายที่ราคา 8.00 บาท คิดเป็นกำไร 0.80 บาท ต่อหุ้น หรือประมาณ 11% (เท่ากับ 0.80/7.20) ของเงินลงทุน ไม่ว่าจะซื้อ 100 หุ้น หรือ 1,000 หุ้น ก็ได้ผลตอบแทนที่ 11% ของเงินลงทุน
ส่วนผู้ลงทุน ข.เลือกทำกำไรโดยซื้อ BTS Futures ในช่วงต้นเดือนเช่นกัน กำหนดให้ราคา BTS Futures อยู่ที่ราคา 7.24 บาท โดยที่ผู้ลงทุน ข.จะต้องวางหลักประกันจากการซื้อ BTS Futures ที่ระดับ 570 บาท ต่อ 1 สัญญา หรือพูดง่ายๆ ว่าใช้เงิน 570 บาท เป็นหลักประกันว่าจะซื้อหุ้นในอนาคต 1,000 หุ้น ที่ราคา 7.24 บาท ต่อมาในช่วงปลายเดือนราคา BTS Futures ปรับขึ้นเป็น 8.08 บาท ผู้ลงทุนขายปิดสัญญาที่ราคาดังกล่าว ทำให้เกิดกำไรเท่ากับ 840 บาทต่อสัญญา [(8.08–7.24) * 1,000] หรือคิดเป็น 147% ของเงินลงทุน [840/570]
จากตัวอย่างข้างต้นจะเห็นได้ว่าผู้ลงทุน ข.ที่เลือกใช้งาน Stock Futures ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนสูงกว่าผู้ลงทุน ก.ที่เลือกแนวทางเดิมกว่า 10 เท่าตัว อย่างไรก็ตาม การซื้อขาย Futures มีความเสี่ยงสูง จึงมีข้อควรระวังว่าในกรณีที่หุ้นไม่ได้เป็นไปตามที่คาด เช่น หากในช่วงปลายเดือนหุ้น BTS มีราคาตกลง ผู้ลงทุน ข.อาจต้องรับผลขาดทุนและอาจต้องหาเงินมาวางเป็นหลักประกันเพิ่มเติม ในขณะที่ผู้ลงทุน ก.ไม่ส่งผลกระทบใดๆ มากไปกว่าติดดอยและรอเวลาหุ้นขึ้นอีกครั้งเพื่อขายทำกำไร
ขอเชิญร่วมฟังสัมมนา “กำไรสม่ำเสมอด้วย Futures Smart Portal” ในวันอาทิตย์ที่ 10 ก.พ. 2556 เวลา 08.30–12.00 น. ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ถนนรัชดาภิเษก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ ผู้สนใจสำรองที่นั่งโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายที่ SET Call Center 02-229-2222 หรือ www.TFEX.co.th







