
สยามคูโบต้าปั้นไทยขึ้นฮับส่งออก
สยามคูโบต้าฯ ทุ่ม 900 ล้าน ผุดโรงงานชิ้นส่วนอะไหล่ยกระดับไทยเป็นฮับส่งออก ตั้งเป้าปี 2556 ยอดขายรวมแตะ 5 หมื่นล้าน
สยามคูโบต้าฯ ทุ่ม 900 ล้าน ผุดโรงงานชิ้นส่วนอะไหล่ยกระดับไทยเป็นฮับส่งออก ตั้งเป้าปี 2556 ยอดขายรวมแตะ 5 หมื่นล้าน
นายฮิโรชิ คาวาคามิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ในปี 2556 บริษัทเตรียมใช้เงินลงทุนรวมมูลค่า 900 ล้านบาท ก่อสร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ ไฮดรอลิก ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2557 และเพิ่มกำลังการผลิตชิ้นส่วนเหล็กหล่อเพื่อจำหน่ายภายในประเทศ และยกระดับประเทศไทยเป็นฐานการส่งออก (ฮับ) ชิ้นส่วนอะไหล่ รวมถึงเครื่องจักรกลการเกษตรไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการส่งออกใหม่ โดยปีนี้สัดส่วนการส่งออกจะอยู่ที่ 20% และขายในประเทศ 80% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 17% ต่อ 83% ของรายได้รวม
“การลงทุนดังกล่าวเป็นการลงทุนผลิตในชิ้นส่วนสำคัญหลักของเครื่องจักรกลการเกษตร ซึ่งจะส่งผลให้ลดต้นทุนการผลิตลง 1015%และจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรในโรงงานผลิต ส่วนการส่งออกจะเปิดตลาดใหม่ที่อินเดีย และเพิ่มการส่งออกในตลาดเก่าด้วย” นายคาวาคามิ กล่าว
ทั้งนี้ มองว่าตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรในแถบประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ พม่า ลาว กัมพูชา จะขยายตัวขึ้นเนื่องจากประเทศเหล่านี้ส่วนใหญ่เศรษฐกิจหลักยังพึ่งพิงกับภาคการเกษตร และยังคงต้องการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันเพื่อรองรับการเปิดเออีซี นอกจากนี้ยังมีแผนการขยายตัวแทนจำหน่ายในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ พม่า ลาว กัมพูชา อีก 60 แห่ง จากปัจจุบัน 230 แห่ง และขยายศูนย์จำหน่ายและบริการในประเทศไทยอีก 18 แห่ง จากปัจจุบัน 186 แห่งทั่วประเทศ พร้อมใช้งบการตลาดมูลค่า 300 ล้านบาท
ล่าสุดได้มีการปรับสัดส่วนการถือหุ้นในการลงทุนร่วมกันระหว่างบริษัท คูโบต้าคอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น กับบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย เป็น 60% ต่อ 40% จากเดิมมีสัดส่วน 49% ต่อ 51% เนื่องจากบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่นได้ให้ความสำคัญกับประเทศไทยเป็นอันดับ 2 รองจากประเทศญี่ปุ่น และได้มีการลงทุนมูลค่ารวมมหาศาล พร้อมแผนการเพิ่มระดับความสำคัญของไทยขึ้นอีกในอนาคต ดังนั้นจึงได้มีการปรับสัดส่วนการถือหุ้นดังกล่าว
ด้านเป้ายอดจำหน่ายในปีนี้ตั้งเป้าไว้ที่ 5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 1 หมื่นล้านบาท สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีมูลค่า 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทำให้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นจาก 70% เป็น 75%
สำหรับตลาดรวมเครื่องจักรกลการเกษตรรวมในประเทศไทยจะมีมูลค่าเติบโตขึ้นเป็น 5.5 หมื่นล้านบาท สูงขึ้นจากปีก่อนที่มีมูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 15% จากปัจจัยการประกันราคาพืชผล รวมถึงโครงการรับจำนำข้าว







