
แบน4สารก่อมะเร็ง
เล็งยกเว้นทำประชาพิจารณ์ขึ้นบัญชีห้ามค้าครอบครอง
เล็งยกเว้นทำประชาพิจารณ์ขึ้นบัญชีห้ามค้าครอบครอง
รมว.เกษตรฯ สั่งห้ามครอบครองสารเคมี 4 ชนิด หลังกระทรวงสาธารณสุขตรวจพบสารกลุ่มดังกล่าวตกค้างในผักและผลไม้
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้เตรียมให้กรมวิชาการเกษตรประกาศให้สารเคมีเกษตร 4 ชนิด ได้แก่ คาร์โบฟูราน เมโทมิล ไดโครโตฟอส และอีพีเอ็น อยู่ในบัญชีที่ 4 ของ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2551 ซึ่งจะมีผลให้เป็นสารเคมีที่ห้ามมีไว้ในครอบครอง
ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการที่กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบพบว่ามีสารเคมีดังกล่าวตกค้างในผักและผลไม้ในท้องตลาด ทั้งที่เป็นสารอันตรายทั้งก่อมะเร็งและหลายประเทศห้ามใช้
พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2551 ได้กำหนดให้ทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตรทั้งหมดกว่า 2.7 หมื่นรายการ ต้องขึ้นทะเบียนใหม่ทั้งหมด เพื่อควบคุมการนำเข้าและการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชมิให้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร ผู้บริโภค และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจต่อประเทศ
กรมวิชาการเกษตรได้มีการขึ้นทะเบียนสารเคมีเกษตรใหม่ทุกชนิด แต่สารทั้งสี่ชนิดนี้ไม่ได้มีการรับขึ้นทะเบียน ซึ่งทำให้ไม่มีการนำเข้ามาประมาณ 3 ปีแล้ว แต่เนื่องจากทะเบียนยาเดิมของสารเคมีบางตัวในกลุ่มนี้ที่เคยได้รับอนุญาตไว้ก่อนหน้านั้นยังไม่หมดอายุ จึงสามารถจำหน่ายต่อไปจนกว่าจะหมดอายุในเดือน ส.ค. 2556 ซึ่งเป็นเหตุให้สามารถตรวจพบสารตกค้างในผัก ผลไม้ได้
อย่างไรก็ตาม ในเดือน ก.พ. จะมีการทำประชาพิจารณ์กรณีที่มีการเรียกร้องให้นำสารเคมีทั้งสี่ชนิดกลับมาขึ้นทะเบียน ว่าสมควรทำตามข้อเรียกร้องหรือไม่ ซึ่งนายยุคลเห็นว่าเมื่อเป็นสารเคมีที่อันตรายที่ก่อให้เกิดมะเร็งและถึงแก่ชีวิต เป็นอันตรายโดยตรงต่อร่างกาย ก็ควรห้ามใช้ทันทีโดยไม่ต้องทำประชาพิจารณ์
นายดำรง จิระสุทัศน์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า เดิมคณะกรรมการวัตถุอันตรายได้มีมติทำประชาพิจารณ์ในวันที่ 21 ก.พ. 2556 แต่หากต้องการยกเว้นขั้นตอนประชาพิจารณ์ ต้องแจ้งต่อ รมว.อุตสาหกรรม เพื่อเรียกประชุมบอร์ดระดมความคิดเห็น เพื่อขอยกเลิกขั้นตอนประชาพิจารณ์ก่อน และประกาศให้สารเคมีทั้งสี่อยู่ในบัญชี 4 ที่ห้ามครอบครอง จำหน่าย จ่ายแจก ซึ่งจะมีผลทันทีเมื่อมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา







