posttoday
ค่าเงินผันผวนเดี๋ยวแข็งเดี๋ยวอ่อนค่าเงินเดี๋ยวก็แข็ง เดี๋ยวก็อ่อน

ค่าเงินผันผวนเดี๋ยวแข็งเดี๋ยวอ่อนค่าเงินเดี๋ยวก็แข็ง เดี๋ยวก็อ่อน

30 มกราคม 2556

เคยอ่านนิทานจีนเรื่องหนึ่ง พูดถึงชาวนาชราที่อยู่กับภรรยาและลูกชายวัยฉกรรจ์อีกคน และยังมีม้าอีกตัวที่ครอบครัวมีไว้ใช้งาน วันหนึ่งลูกชายที่มีหน้าที่ดูแลม้าเกิดพลาดผูกม้าไม่ดี ทำให้ม้าวิ่งหนีไป ลูกชายและภรรยาเสียใจมากที่เสียม้าตัวเดียวของครอบครัว มีเพียงชาวนาที่ไม่ทุกข์ร้อนมาก จึงปลอบใจลูกและเมียว่า “ช่างมันเถอะ ถ้าม้ามันอยากจะไปมีชีวิตอิสระ ก็ปล่อยมันไป” แต่ไม่กี่วัน ม้าที่หนีไปก็วิ่งกลับมาพร้อมม้าป่าอีกฝูงใหญ่

เคยอ่านนิทานจีนเรื่องหนึ่ง พูดถึงชาวนาชราที่อยู่กับภรรยาและลูกชายวัยฉกรรจ์อีกคน และยังมีม้าอีกตัวที่ครอบครัวมีไว้ใช้งาน วันหนึ่งลูกชายที่มีหน้าที่ดูแลม้าเกิดพลาดผูกม้าไม่ดี ทำให้ม้าวิ่งหนีไป ลูกชายและภรรยาเสียใจมากที่เสียม้าตัวเดียวของครอบครัว มีเพียงชาวนาที่ไม่ทุกข์ร้อนมาก จึงปลอบใจลูกและเมียว่า “ช่างมันเถอะ ถ้าม้ามันอยากจะไปมีชีวิตอิสระ ก็ปล่อยมันไป” แต่ไม่กี่วัน ม้าที่หนีไปก็วิ่งกลับมาพร้อมม้าป่าอีกฝูงใหญ่

ภรรยาและลูกชายของชาวนาก็ดีใจมากที่ได้ “ลาภลอย” พร้อมม้าตัวเดิมที่กลับมา มีเพียงชาวนาที่ไม่รู้สึกยินดีมาก แถมเตือนสติลูกเมียว่า “จะดีใจอะไรนักหนา ม้าป่าฝูงนั้นเป็นม้าพยศ ไม่ใช่ว่าจะฝึกได้ง่ายๆ จะขายก็ไม่มีคนซื้อเพราะยังใช้งานไม่ได้”

แล้ววันหนึ่งก็เกิดเหตุร้าย ระหว่างที่ลูกชายชาวนากำลังฝึกม้าที่ได้มาใหม่ เกิดพลาดตกจากหลังม้าทำให้ขาหัก จนลูกชายกลายเป็นคนพิการเดินกะเผลกตลอดชีวิต ครั้งนี้ภรรยาชาวนาเป็นทุกข์มาก มีเพียงชาวนาที่ดูจะปลงได้และปลอบใจภรรยาว่า “อย่าเสียใจไปเลย มันเป็นอุบัติเหตุที่ไม่สามารถคาดคิดได้ อย่างน้อยลูกก็ไม่ได้อันตรายถึงแก่ชีวิต”

ต่อมาเกิดสงครามระหว่างจีนกับต่างชาติ ทำให้ทางการต้องเกณฑ์ชาวบ้านไปเป็นทหาร โดยผู้ชายวัยหนุ่มที่สามารถฝึกไปรบได้ในทุก ๆ บ้านหนีไปพ้นต้องไปรับใช้ขาติ ซึ่งทหารที่ไปสงครามสมัยก่อนก็เหมือน “ไปตาย” เพราะมีไม่กี่คนที่รอดชีวิตกลับมา แต่บ้านของชาวนากลับ “โชคดี” ที่ไม่มีผู้ชายของครอบครัวถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร เพราะลูกชายพิการ ชาวนาก็แก่เกินไป ทำให้ทั้งคู่ไม่มีคุณสมบัติเป็นทหารจึงรอดจากการเกณฑ์ทหารและถูกฆ่าในสนามรบ

เรื่องนี้เผื่อเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่กำลัง “เป็นสุขล้นเหลือ” หรือกำลัง “เป็นทุกข์สาหัส” จากตลาดหุ้นและตลาดเงินบาทขณะนี้ เพราะหุ้นที่กำลังดีอยู่และเงินบาทที่แข็งโป๊ก อาจ “ฟุบ” ลงอย่างไร้เหตุผล และอาจ “เด้ง” กลับอย่างไม่คาดคิด

ดูตัวอย่าง “เงินวอน” เกาหลี ซึ่งก็แข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ปีที่แล้วในเวลาไล่เลี่ยกับค่าเงินสกุลอื่นๆ ในภูมิภาค วันดีคืนดีกลับฟุบลงอย่างหนัก วันจันทร์ (ที่ 28 ม.ค. 2556) เพียงวันเดียวลดไปประมาณ 1% และเป็นการลดลงอย่างหนักที่สุดในรอบ 16 เดือนและร่วงไป 1.7% ในรอบสองเดือน ตามมาด้วยค่าเงินสกุลอื่นๆ ในภูมิภาคที่อ่อนตัวลง เช่น เงินสกุลไต้หวันและฟิลิปปินส์ เป็นต้น

ดังนั้น นักเล่นหุ้นและผู้นำเข้าบ้านเราอย่าเพิ่ง “ลิงโลด” กับตลาดหุ้นขาขึ้น แต่ผู้ส่งออกก็อย่าเพิ่ง “สิ้นหวัง” กับเงินบาท เพราะหุ้นขึ้นบาทแข็งล้วนเป็น “อิทธิฤทธิ์” ของ “กระแสเงินร้อน” จากมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของชาติพัฒนาแล้วทางฝั่งตะวันตก ซึ่งก็หมายถึงอเมริกาและสหภาพยุโรปที่ “เทเงิน” ออกมามหาศาล เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและลดว่างงาน ทำให้มีเงินร้อนส่วนหนึ่งไหลเข้ามาเก็งกำไรในตลาดหุ้นและตลาดเงินของเอเชีย

เงินร้อนเหล่านั้นล้วนมีเป้าหมายของผลตอบแทน ซึ่งเมื่อได้ตามเป้าแล้วนักลงทุนต่างชาติก็จะเทขายทำกำไร ทำให้ราคาหุ้นและค่าเงินร่วงไปตามๆ กัน ยิ่งมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับ 2 ของเอเชียและอันดับ 3 ของโลกอย่างญี่ปุ่น “เอาแบบ” ชาติตะวันตกในการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการ “อัดฉีด” เงิน 20.2 ล้านล้านเยน เพื่อเข้าซื้อสินทรัพย์แบบไม่กำหนดระยะเวลาสิ้นสุด ตามอย่าง QE หรือมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ ของอเมริกาและมาตรการทำนองเดียวกันของธนาคารกลางยุโรป

มาตรการดังกล่าวย่อมทำให้ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นอ่อนตัวลง และน่าจะดึงให้ค่าเงินในภูมิภาคอ่อนตัวตามส่วนจีนก็มีนโยบายผลักดันให้เงินหยวนเป็นเงินสกุลสากลหรือเงินสกุลหลักของโลก ซึ่งต้องเพิ่มปริมาณเงินหมุนเวียนให้มีมากขึ้น ตลอดจนผ่อนคลายการจำกัดความเคลื่อนไหวของค่าเงินหยวนหรือ “ปล่อยลอยตัว” ในที่สุด ซึ่งความเคลื่อนไหวของจีนและญี่ปุ่นล้วนจะมีผลให้ค่าเงินในภูมิภาคผันผวนมากยิ่งขึ้นในอนาคต

พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่รัฐบาลไทยเตรียมผลักดันออกมา ก็จะมีผลให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวในอนาคตเช่นกัน เพราะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานหลัก ๆ ต้องจัดซื้อจัดจ้าง “ของส่วนใหญ่” จากต่างประเทศ แม้เงินกู้จะเป็นเงินบาทแต่ก็ต้องแลกเป็นเงินสกุลต่างประเทศ แรงขายเงินบาทและแรงซื้อเงินดอลลาร์จะทำให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงเอง ทั้งนี้ขึ้นกับระยะเวลาของการลงทุนดังกล่าว ดังนั้น ค่าเงินบาทต่อไปนี้จะผันผวนมาก ผู้นำเข้าและผู้ส่งออกจึงไม่ต้องลิงโลดหรือหดหู่ไปกับค่าเงินที่สวนทางกับธุรกิจของตน แต่ควรป้องกันความเสี่ยงลดความผันผวนเป็นดีที่สุด

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า